================================================== -->

เว็บ บา คา ร่า วอ เลท

บูม พาพ่อแม่เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบฯ หลังถูกออกหมายเรียกเพื่อสอบเส้นทางการเงิน จากการที่ลูกชายคนโตซึ่งยังหลบหนี โอนเงินเข้าบัญชีรวม 90 ล้าน ด้านผู้กองมนัสนัดให้ปากคำวันอังคาร ที่กองบังคับการปราบปราม (บกป) วันที่ 27 สิงหาคมนี้ นายสุวิทย์และนางเลิศฉัตรกมล จารวิจิต บิดา-มารดานายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม จารวิจิต ดารานักแสดง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาข้อหาร่วมกันฟอกเงิน เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน หลังจากเจ้าหน้าที่พบเส้นทางการเงินที่นายปริญญา จารวิจิต พี่ชายบูม ผู้ต้องหาคนสำคัญที่อยู่ระหว่างหลบหนี โอนเงินเข้าบัญชีเกือบ 100 ล้านบาท โดยวันนี้บูมได้พาบิดา-มารดาเข้าพบพนักงานสอบสวนด้วยตัวเอง คดีนี้สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายซึ่งเป็นชาวฟินแลนด์ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปรามว่า ถูกนายปริญญา พร้อมกับพวก ร่วมกันหลอกลวงและร่วมกันวางแผนชักชวนให้ลงทุนประกอบธุรกิจซื้อขายสกุลเงินดิจิตอล ในชื่อ dragon coin (DRG) โดยหลอกลวงให้ซื้อหุ้นของบริษัท เอ็กซ์เปย์ ซอฟท์แวร์ จำกัด, NX Chain Inc และหุ้นของบริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) ผู้เสียหายหลงเชื่อและร่วมลงทุนด้วยการโอนเหรียญบิตคอยน์ ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิตอล จำนวนหนึ่งเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ในบัญชีของกลุ่มผู้ต้องหา รวมเป็นเงิน 5,56444650956 เหรียญบิตคอยน์ คิดเป็นสกุลเงินบาทไทย 797,408,45433 บาท แต่เมื่อถึงกำหนดเวลานัดหมายที่จะได้รับส่วนแบ่งจากการลงทุน ผู้เสียหายกลับไม่ได้รับส่วนแบ่งหรือเงินปันผลแต่อย่างใด จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่กองปราบฯ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับนายปริญญา นายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม และ นสสุพิชย์ฌา พี่สาวบูม โดยนายปริญญาอยู่ระหว่างหลบหนี ส่วนพี่สาวได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ขณะที่บูมถูกจับกุม แต่บูมและพี่สาวได้ประกันตัวในชั้นศาล แต่จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า นายปริญญาได้โอนเงินเข้าบัญชีนายสุวิทย์ บิดา และบัญชีนางเลิศฉัตรกมล มารดา รวม 90 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวมาให้ปากคำในฐานะพยาน และในวันที่ 28 สค พนักงานสอบสวนได้เรียก รอธรรมนัส พรหมเผ่า หรือผู้กองมนัส มาให้ปากคำที่ได้รับการโอนหุ้นจากนายปริญญา ว่าได้มาโดยชอบหรือไม่ พตอชาคริต สวัสดี รอง ผบกป กล่าวว่า วันนี้ครบกำหนดหมายเรียกครั้งที่ 1 ในส่วนของนายสุวิทย์และนางเลิศฉัตรกมล ที่จะต้องมาให้ปากคำเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน และการรับโอนเงินจากนายปริญญา ลูกชายคนโต หลังตรวจสอบพบมีเงินหมุนเวียนเข้าบัญชีจำนวนมาก วันที่ 29 สิงหาคมนี้ พนักงานสอบสวนได้เรียกบุคคล 5 คนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาฉ้อโกง ประกอบด้วย นายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม นายปริญญาพี่ชายคนโต นายธนสิทธิ์ จารวิจิต พี่ชายคนรองของบูม นายชาคริส อาห์มัด ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท เอ็กเปย์ และนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ เจ้าพ่อตลาดหุ้นเมืองไทย เนื่องจากพบข้อมูลว่าทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการหลอกผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนบิตคอยน์

  • เยี่ยมชมบล็อก:397540
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 928
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-06-25 05:04:34
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

จับน้องชาย กานต์ เมียเก่าเสก โลโซ ค้ายาเสพติด ด้านปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 รวบเจ้าของร้านยางรถยนต์เครือข่าย มันทุกเม็ด ทำหน้าที่ฟอกเงิน พบเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้าน เมื่อกลางดึกย่างเข้าวันที่ 27 สิงหาคมนี้ พตอธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบกอกบชปส พตอบุญยสิทธิ์ รอดชะพรหม ผกก1 บกปส1 พร้อมกำลังสยบไพรี และ กก1 บกปส1 ร่วมกันจับกุมตัวนายเดชอุดม หรือเดช แสงสายทับทิม อายุ 41 ปี อยู่ที่ 13 ตตลาดขวัญ อเมือง จนนทบุรี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 99/2561 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2561 ในข้อหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือไอซ์ หรือยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจับกุมได้ที่บริเวณถนนประชาราษฎร์ ตตลาดขวัญ อเมือง จนนทบุรี จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง โดยแจ้งว่าเป็นน้องชายของนางวิภากร หรือกานต์ ศุขพิมาย อดีตภรรยานายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ นักร้องนักดนตรีชื่อดัง ด้านพลตตสุรศักดิ์ ขุนณรงค์ ผบกปส1 บชปส เปิดเผยว่า การจับกุมนายเดชอุดม สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มีคที่ผ่านมา ตำรวจได้ทำการล่อซื้อยาเสพติดจากนายไพฑูรย์ กล่อมเกลี้ยง อายุ 35 ปี ที่ย่านซอยนวลจันทร์ และจับกุมนายไพฑูรย์ พร้อมของกลางไอซ์ 12 กรัม และยาบ้า 5 เม็ด จากการสอบปากคำ นายไพทูรย์ได้ให้การซัดทอดว่านายเดชอุดมเป็นคนขับรถพามาส่งยา แต่หลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงติดตามจับกุมนายเดชอุดมได้ในที่สุด ภายหลังการจับกุม นายเดชอุดม นางวิภากร หรือกานต์ ได้ออกมาโพสต์ทางสื่อออนไลน์ ระบุว่า จะดีจะชั่วก็น้อง ใครผิดก็ว่าตามผิด รับได้ทุกอย่าง หนักกว่านี้ก็เจอมาหมดแล้ว พร้อมเหน็บใครบางคนว่า ไอ้ที่ไม่เกี่ยวมาเย้ยหยัน อย่าลืมว่าน้องชายคนเล็กก็หนีตำรวจอยู่ เสพจนบ้า ไปซ่อนตัวที่ไหน จะให้แจ้งเบาะแสไหม วันเดียวกัน พลตทสมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สั่งการให้เจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการ ชัยยะสยบไพรี 61/7 บุกจับผู้ต้องหารับฟอกเงินให้เครือข่ายยาเสพติดกลุ่ม มันทุกเม็ด ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้เครือข่ายโซเชียลมีเดียในการติดต่อจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายผู้ค้ารายย่อย หลังพบมีการทำธุรกรรมการเงินสูงผิดปกติ จุดแรก เจ้าหน้าที่นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตบางเตย อสามพราน จนครปฐม พบภรรยานายรุ่งโรจน์ จิรัฐติกาลพันธุ์ ผู้ต้องหาที่รับฟอกเงินให้เครือข่าย มันทุกเม็ด ส่วนจุดที่สอง คือโรงงานบริษัท ปรุ่งโรจน์สยามยางยนต์ จำกัด ตสวนหลวง อกระทุ่มแบน จสมุทรสาคร จับกุมนายรุ่งโรจน์ พร้อมควบคุมตัวพนักงานบริษัทไว้สอบสวน เบื้องต้นนายรุ่งโรจน์ อ้างว่าบริษัทแห่งนี้สร้างเสร็จได้เพียง 6 เดือน ตนเองมีรายได้จากธุรกิจเพียง 2 หมื่นบาทต่อเดือน ส่วนที่ตำรวจพบมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้านบาท ขอไปชี้แจงรายละเอียดในชั้นศาล ต่อมา พลตทสมหมายพร้อมด้วย พลตตสุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบชทท ได้ตรวจเยี่ยมสรุปผลการเข้าตรวจค้นหาหลักฐานการฟอกเงินและจับกุมนายรุ่งโรจน์ พร้อมเปิดเผยว่า ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปฏิบัติการ ซึ่งทั้ง 2 เป้าหมายที่เข้าตรวจค้น มีความเชื่อมโยงกับการฟอกเงินให้เครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่ม มันทุกเม็ด โดยเงินจากการค้ายาเสพติด ถูกนำมาลงทุนซื้อสินค้ายางรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งรถมาจำหน่ายให้กับลูกค้าในราคาถูก จนพบมียอดเงินหมุนเวียนในบัญชีสูงผิดปกติ ส่วนที่ให้การปฏิเสธถือเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่ตำรวจมีหลักฐานสำคัญที่ทำให้เชื่อได้ว่ามีการฟอกเงินจริง สำหรับเครือข่ายกลุ่มมันทุกเม็ด เป็นกลุ่มที่รับยาเสพติดจากกลุ่มของนายวีระ หมื่นจะดา ลูกเขยของ พลอจะลอโบ ผู้นำกลุ่มว้า โดยผู้ต้องหากลุ่มนี้มีการจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายค้ายาเสพติดผ่านการใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ และอินสตาแกรม เพื่อชักจูงกลุ่มวัยรุ่น พบมีฐานเครือข่ายใน 30 จังหวัด มีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่เชื่อมโยงถึงกันมากกว่าหมื่นบัญชี ส่วนลักษณะที่พบมีการชักจูงใจ เช่น มีการแจกยาเสพติดฟรีให้กับผู้ที่เป็นสมาชิกใหม่ และให้รางวัลกับผู้ที่ขยายเครือข่ายยาเสพติดได้ ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 เริ่มตั้งแต่ 25 สคโดยมีเป้าหมายตรวจค้นรวม 141 จุดทั่วประเทศ มีการจับกุมผู้ต้องหาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 คน คาดว่าผลจากการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายนี้ สามารถยึดทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติดรวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท

ที่เก็บบทความ

2015(154)

2014(842)

2013(499)

2012(115)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: Dahewang

เว็บ บา คา ร่า วอ เลท, หลังจากกระแสข่าวประเด็นการแก้กฎหมายเพิ่มโทษความผิดเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถ หรือใบขับขี่นั้นเอง ดูเหมือนว่าตามสื่อต่างๆ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายกันออกไป แม้แต่ผู้ขับขี่ต่างก็ไม่เห็นด้วยที่จะไม่พกใบขับขี่จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับถึง 50,000 บาท จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ทำให้ในเวลาต่อมาด้านกรมขนส่งทางบก ได้ชี้แจงว่ากฎหมายด้านการขนส่งทางบกฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้บังคับใช้มาตั้งแต่ปี พศ2522 ซึ่งการขอแก้ไขพระราชบัญญัติรถยนต์ พศ2522 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พศ2522 ดังกล่าวจำเป็นต้องมีการปรับเนื้อหาให้มีความทันสมัย และให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้มีส่วนในการสร้างความตระหนักและรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งนี้ เนื่องจากข้อมูลศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย พบว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ มีโอกาสการเสียชีวิต 34% ซึ่งสูงกว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ถึงสองเท่า และจากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่า เด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปี เป็นกลุ่มอายุที่มีการเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนสูงสุดเฉลี่ยปีละ 1,688 คน และจากการศึกษาจากต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เช่น ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา พบว่ากรณีความผิดเกี่ยวกับการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถในประเทศญี่ปุ่น มีโทษปรับไม่เกิน 300,000 เยน เท่ากับ 88,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี และถูกตัดแต้ม 12 คะแนน ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกามีโทษปรับไม่เกิน 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 800,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี และถูกบันทึกประวัติตลอดชีวิตด้วย สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาตขับรถ เสนอให้ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมที่ปัจจุบันตาม พรบรถยนต์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถในระหว่างใบอนุญาตสิ้นอายุ ถูกพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต หรือถูกยึดใบอนุญาต ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท พรบขนส่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท และ พรบจราจร มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาต ปรับโทษสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง ปรับไม่เกิน 5,000 บาท ทั้งนี้ จากการเสนอแก้ไขปรับเพิ่มโทษกรณีความผิดดังกล่าว จะทำให้การพิจารณาโทษตามฐานความผิดอยู่ในดุลพินิจของชั้นศาล ซึ่งจะทำให้ผู้ขับขี่ตระหนักและปฏิบัติตามกฎจราจรมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง ส่วนกรณีที่มีข้อคิดเห็นคัดค้าน วิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน จะมีการรวบรวมข้อมูลและส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณาต่อไป ยืนยันการปรับแก้เพิ่มโทษผ่านศึกษารวบรวมข้อมูลทางวิชาการแล้ว และปรับให้ทัดเทียมมาตรฐานสากลด้วย พลตตเอกรักษ์ กล่าวว่า ตำรวจมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายการขับขี่สาธารณะเพื่อคุ้มครองชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ที่ผ่านมาตำรวจก็เข้มงวดเรื่องการจับยึดใบอนุญาตขับขี้ แต่โทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท ถือเป็นลหุโทษ ปรับในชั้นตำรวจได้ ประชาชนไม่เกรงกลัว ยึดก็เอาคืน ปรับก็ไม่สนใจ ไม่มีก็ขับรถต่อไป เรียกว่าไม่เกรงกลัว จึงต้องมีการเพิ่มโทษให้หนักขึ้น ก็ต้องยอมรับว่ากฎหมายใหม่ฉบับนี้เรียกความตื่นตัวให้แก่ผู้ขับขี่อย่างมาก ในขณะเดียวกันก็มีผู้ที่คัดค้านและไม่เห็นด้วยกับกฎหมาย หากมองในแง่ความปลอดภัยก็ถือเป็นเรื่องที่ดีทำให้คนที่ขับขี่รถยนต์มีความรับผิดชอบมากขึ้น แต่ก็อย่าลืมว่าซึ่งกฎหมายใหม่นี้อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการบังคับใช้แต่อย่างใด การดูแลผู้สูงอายุที่ป่วยด้านจิตเวช นอกจากเน้นความเอาใจใส่ และดูแลท่านโดยการให้เกียรติคุณพ่อคุณแม่แล้ว กิจกรรมบำบัด ของหน่วยโอที (หน่วยฝึกอบรมด้านการงานอาชีพ) รพศรีธัญญา ถือได้ว่าเป็นการฝึกทั้งสมาธิ และผลพลอยได้ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การสร้างให้ผู้ป่วยเห็นคุณค่าในตัวเอง ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้อยากที่จะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อตัวเอง และเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับลูกหลาน พี่นก-ทวีรัตน์ ทองดี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพศรีธัญญา ให้ข้อมูลไว้น่าสนใจ (ตัวอย่าง ทำดอกไม้จันทน์ กิจกรรมฟื้นฟูสร้างสมาธิ และฝึกกล้ามเนื้อแขนผู้ป่วยจิตเวชแข็งแรง) ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ยอมรับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ประชุมสุดยอดกับคิม จองอึน ที่สิงคโปร์ ว่าทุกอย่างไม่ได้สวยงามอย่างที่อวดอ้างมาตลอด ทรัมป์เพิ่งส่งข้อความทวีตว่า ได้ระงับการไปเยือนเปียงยางของรัฐมนตรีต่างประเทศ ไมค์ ปอมปิโอ ครั้งใหม่ ที่เดิมกำหนดไว้สัปดาห์หน้า เพราะผมรู้สึกว่าเราไม่มีความคืบหน้าเพียงพอในการให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดจากอาวุธนิวเคลียร์ ไม่แต่เท่านั้น ทรัมป์ยังโยนบาปไปที่จีนอีกด้วย ทวีตอีกข้อความหนึ่งของทรัมป์บอกว่า เพราะเรามีจุดยืนที่กร้าวต่อจีนเรื่องการค้ามากขึ้น ผมจึงไม่เชื่อว่าจีนกำลังช่วยเราในกระบวนการลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างที่เคย (ทั้งๆ ที่มาตรการแซงก์ชั่นของสหประชาชาติต่อเกาหลีเหนือยังมีผลบังคับใช้อยู่) ทรัมป์บอกด้วยว่า เขาหวังว่ารัฐมนตรีต่างประเทศมะกันจะไปเยือนเกาหลีเหนือในอนาคตอันใกล้นี้ คงจะเป็นหลังจากที่ความสัมพันธ์ทางการค้าของเรากับจีนกระเตื้องขึ้น พร้อมทั้งหยอดตอนท้ายว่า เขาส่งความปรารถนาดีไปยังท่าน ประธานคิม และหวังว่าจะได้เจอกันอีกในเร็วๆ นี้ ความเคลื่อนไหวใหม่ล่าสุดนี้ตอกย้ำว่า ทรัมป์ล้มเหลวในการกดดันให้คิม จองอึน ยอมเลิกโครงการนิวเคลียร์ก่อน แล้วอเมริกาจึงจะยอมผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร เป็นคนละเรื่องกับที่ทรัมป์เคยคุยว่า เขาประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมในการหว่านล้อมให้ผู้นำเกาหลีเหนือยอมเลิกนโยบายนิวเคลียร์ อย่างสมบูรณ์ โดยตรวจสอบได้ และไม่มีวันหวนคืนกลับไปสู่ทิศทางนั้นอีก ที่ทรัมป์ประกาศเป็นหลักการกร้าว complete, verifiable and irreversible ก็เลยเป็นหมัน สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์ได้เตือนไว้ตั้งแต่ต้นว่า การที่ทรัมป์กระโจนเข้าสู่การประชุมสุดยอดกับคิม โดยไม่มีการต่อรองเจรจาในรายละเอียดนั้น ย่อมจะนำไปสู่ความล้มเหลว รายงานของหน่วยงานที่จับตาความเคลื่อนไหวในเกาหลีเหนือส่วนใหญ่ยืนยันตรงกันว่า จากภาพดาวเทียมและข่าวกรองอื่นๆ ยังมีหลักฐานชัดเจนว่าเปียงยางยังเดินหน้าพัฒนานิวเคลียร์ และไม่มีอะไรส่อไปว่าจะมีการทำลายฐานปฏิบัติการด้านนี้อย่างที่วอชิงตันพยายามจะออกข่าวมาตลอด การที่ทรัมป์จับเรื่องความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนไปโยงกับการเลิกอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ก็ยิ่งทำให้มีความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เพราะการเจรจาระหว่างฝ่ายปฏิบัติการของสองประเทศล่าสุดเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด อันเกิดจากที่ต่างฝ่ายต่างยกกำแพงภาษีสูงขึ้น ก็ยังหาข้อตกลงอย่างเป็นรูปธรรมไม่ได้ พอทรัมป์เอาเรื่องจีนกับเกาหลีเหนือมาเกี่ยวโยงกันอย่างนี้ ก็ยิ่งจะทำให้การเจรจากับเปียงยางเรื่องนิวเคลียร์ยากยิ่งขึ้น ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนก็คงจะอึดอัดกับวิธีการของทรัมป์ที่ป่าวประกาศให้ชาวโลกได้รู้ว่าอเมริกาถือว่าจีนพยายามจะสกัดข้อตกลงระหว่างวอชิงตันกับเปียงยาง ไม่ต้องสงสัยว่าจีนยังมีอิทธิพลเหนือเกาหลีเหนือไม่น้อย และคิม จองอึน ก็ได้แสดงให้ประชาคมโลกเห็นว่าเขายังถือว่าปักกิ่งเป็นมิตรผู้พี่ที่ไว้วางใจได้มากกว่าอเมริกาเป็นไหนๆ นักวิเคราะห์บางคนบอกว่า สีจิ้นผิงเป็น คนเขียนบท กำกับความเคลื่อนไหวเร็วช้าของการเจรจาระหว่างทรัมป์กับคิมอย่างไม่ต้องสงสัย ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำเปียงยางกับปักกิ่งได้กลับมาสู่ภาวะใกล้ชิดมากกว่าเดิม เพราะก่อนคิมจะนัดพบทรัมป์ ได้ไปขอพบสีจิ้นผิงเพื่อแสดงให้เห็นถึงการเคารพต่อเพื่อนบ้านผู้พี่ หลังพบทรัมป์ คิมก็แสดงสัมมาคารวะต่อจีนด้วยการไป บรรยายสรุป ให้ผู้นำจีนฟังด้วยตนเองเช่นกัน คิมเตรียมจะพบกับผู้นำจีนและรัสเซียในช่วงสองสามสัปดาห์ข้างหน้า เป็นการย้ำเตือนทรัมป์ว่า เกาหลีเหนือมีเพื่อนใหญ่ๆ ที่พร้อมจะสนับสนุนตนโดยไม่ต้องกังวลกับผลจากการคว่ำบาตร และหลังจากที่ทรัมป์ประชุมสุดยอดกับคิมแล้ว ความเข้มข้นของประเทศต่างๆ ในการดำรงไว้ซึ่งมาตรการแซงก์ชั่นเกาหลีเหนือก็แผ่วเบาลงอย่างเห็นได้ชัด โอกาสที่จะกลับไปกดดันคิมเหมือนแต่ก่อนก็เบาบางลงอย่างแน่นอน ชัยชนะ ที่ทรัมป์อ้างหลังพบกับคิมที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนปีนี้ จึงเกิดอาการ แท้ง ไปต่อหน้าต่อตา ที่เคยพูดถึง รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ สำหรับทรัมป์และคิมก็จึงกลายเป็นตลกร้ายไปทันทีเช่นกัน!

อาจจะเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าการเมืองไทยเหลือเพียง 2 แพร่ง หรือ 3 ก๊กทางเลือก ที่จะเข้ามาบริหารประเทศหลังเลือกตั้งระหว่างเดือน กพ-พค62 คือ ก๊ก 1พรรคเพื่อไทย ก๊ก 2พรรคที่สนับสนุน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช และ ก๊ก 3พรรคประชาธิปัตย์ ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด storagethaipostnet Line ID:@thaipost เมื่อวันเลือกตั้งประกาศแม้จะยังอีกไกล ก็ต้องเริ่มดำเนินการไปให้พร้อมที่สุดในงานใหญ่ หลัง พรรคเพื่อไทย กับนายใหญ่ ทักษิณ ชินวัตร เริ่มให้กำลังใจส่งสัญญาณเตรียมพร้อมกันเป็นระยะ ขณะที่ พรรคพลังประชารัฐ ยังกึ๊กกั๊กไม่หวือหวาออกหน้าออกตาเท่าไหร่ ปล่อยให้ กลุ่มสามมิตร รับหน้าสื่อเดินสายพบปะประชาชนและนักการเมืองออกหน้าหนุน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ อีกสมัยต่อไปมากกว่า 0 ก็ดูเอาเถอะ ขนาดแหล่งข่าวเผยออกมาว่า อุตตม สาวนายน รมวอุตสาหกรรม และ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมวพาณิชย์ เตรียมจะลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ เพื่อนมิตรอย่าง สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ยังบอกว่าไม่มีมูล ส่วน ชวน ชูจันทร์ ผู้ร่วมจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ ก็บอกว่ายังไม่มีสัญญาณใดๆ จากรัฐบาล เอาจริงๆ กระแสข่าว อุตตม-สนธิรัตน์ กรณีนี้ก็รู้สึกว่าได้ยินมานานแล้ว แต่ก็ยังกั๊กกันอยู่ 0 ย้อนไปในอดีตนั้น ก่อนวันเปิดให้จดทะเบียนชื่อพรรคการเมืองตั้งใหม่ แหล่งข่าวก็เคยเผยว่า จะมีพรรคหนุนรัฐบาล พลอประยุทธ์ ชื่อ พรรคประชารัฐ ถึงเวลาจดทะเบียนจริงก็ปรากฏชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขึ้นมานับแต่วันนั้น ต่างกันกับแหล่งข่าวแค่เพิ่มคำว่า พลัง เข้ามา ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ที่แหล่งข่าวมันมักจะออกมาแม่น วันนี้อยากจะกั๊กก็ไม่รู้จะกั๊กกันไปทำไม รออะไรกันอยู่ช่างปะไร เดี๋ยวถึงวันหน้าก็คงรู้กันว่าไม่มีมูล หรือกลิ่นมูลโชยมาเต็มกันแน่ 0 สืบเนื่องเมื่อวันอาทิตย์ เครือข่ายทวงคืนผืนป่าดอยสุเทพ จัดชุมนุมใหญ่พร้อมเผาพริกเผาเกลือสาปแช่งต่อต้าน บ้านป่าแหว่ง กรณีบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ ใจร้อนแรงอยากให้รื้อถอนและย้ายผู้พิพากษาออกโดยเร็ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (กบศ) มีมติมอบหมายให้สำนักงานศาลยุติธรรมทำความตกลงขอใช้ที่ดินจากกรมวิชาการเกษตร บริเวณศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย เพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 พร้อมที่พักอาศัย และทำเรื่องของบประมาณจากรัฐบาล ในการย้ายออกจากบ้านป่าแหว่งแล้วก็ตาม 0 ล่าสุด พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกว่า นายกฯ ขอให้ผู้ชุมนุมคิดทบทวน โดยควรมองทุกสิ่งอย่างรอบด้านและมีเหตุมีผล รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาอย่างดีที่สุด ข้อเรียกร้องบางอย่างจะต้องใช้เวลา พร้อมปิดท้ายว่า หากการออกมาคัดค้านได้ดำเนินการตั้งแต่ก่อนเริ่มต้นโครงการก่อสร้าง ก็จะไม่ทำให้เรื่องยืดยาวหรือต้องสูญเสียงบประมาณของรัฐเช่นนี้ นั่นสิ ก่อนเริ่มสร้างไม่เห็นข่าวออกมาค้าน ถ้าออกมาค้านจริงทำไมถึงไม่มีข่าวยืนยัน แล้วจะไม่ให้คนคิดโยงการเมืองได้อย่างไร? 0 ปิดท้าย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการชื่อดังล้มป่วยเส้นเลือดในสมองแตก มีข่าวว่าอาการดีขึ้นบ้างแล้ว บางคนก็ว่าเป็นผลกรรมจากการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ ซึ่งอันที่จริงแล้วคนสูงอายุกับการป่วยนั้นเป็นเรื่องปกติที่เกิดกันได้ทุกคน ก็แล้วแต่ใครจะคิดกันไป อย่างไรก็ตาม แม้ อเจียม จะวิจารณ์เบื้องสูง แต่ขณะเดียวกันก็วิจารณ์ พรรคเพื่อไทย ชินวัตร เช่นเดียวกัน ไม่ใช่ขี้ข้าใคร ดีกว่า ขบวนการล้มเจ้า บางคนที่โป้ปดมดเท็จ ให้ร้ายเบื้องสูงก็แล้วกัน 0ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 2019 วันที่ 27 สค นายชัยรัตน์ แสงจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่สายสนับสนุน บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) ได้ทำหนังสือถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อแจ้งถึงมติที่ประชุมคณะกรรมการวาระพิเศษครั้งที่ 4/2561 เมื่อวันที่ 27 สค 2561 ว่ามีมติอนุมัติการขอลาออก จากตำแหน่งกรรมการบริษัท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการชุดย่อยของบริษัททุกคณะ ตามความประสงค์ของนายปิยะ ยอดมณี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 23 สค 2561 เป็นต้นไป และพ้นจากการเป็นพนักงานของบริษัท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 22 กย 2561 ปิดจ๊อบล่าชื่อผู้พิพากษาถอดถอน กต ทะลุ 1,787 รายชื่อ สืบพงษ์ ขอบคุณจากใจ จ่อยื่นเลขาฯ ศาล 28 สคนี้ ลั่นเป็นความสำเร็จของผู้พิพากษาที่ร่วมกันทำให้เป็นที่ประจักษ์ว่าสามารถควบคุมดูแลกันเองได้ ไม่ยอมให้ กตละเมิดต่อกฎหมายและจริยธรรมอันดีซึ่งยึดถือปฏิบัติมายาวนาน ที่ห้องประชุมศาลยุติธรรม ชั้น 5 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการฯ ถแจ้งวัฒนะ วันที่ 27 สิงหาคม ในการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ครั้งที่ 15/2561 ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบในการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ วาระ 1 ตุลาคม 2561 ดังนี้ บัญชีโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ (บัญชี 4 เพิ่มเติม) โดยมีชั้น 4 สับเปลี่ยนตําแหน่ง 2 คน และเลื่อนชั้น 3 เป็นชั้น 4 และแต่งตั้งให้ดำรงตําแหน่ง 6 คน รวมถึงเห็นชอบในการแต่งตั้งที่ปรึกษาในศาลอุทธรณ์จำนวน 2 คน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จำนวน 1 คน, ศาลอุทธรณ์ภาค 5 จำนวน 1 คน และศาลอุทธรณ์ภาค 7 จำนวน 1 คน ในปีงบประมาณ พศ2562 นอกจากนี้ยังมีมติเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้ช่วยผู้พิพากษา รุ่นที่ 68 ให้ดํารงตําแหน่งผู้พิพากษาประจําศาล ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 (เพิ่มเติม) จํานวน 3 คน มีรายงานว่าที่ประชุมยังไม่มีการหยิบยกเรื่องการตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง หรือคณะกรรมการสอบวินัย กตศาลฎีกาที่มีการถูกร้องเรียนไปยังนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ในฐานะประธาน กตเกี่ยวกับเรื่องประพฤติตนไม่เหมาะสมในห้องพิจารณาคดีของศาลจังหวัดฉะเชิงเทราในพื้นที่ภาค 2 ขึ้นมาพูดคุยกันในที่ประชุม กตแต่อย่างใด ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าถึงกรณีที่นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 และผู้แทนผู้เข้าชื่ออีก 2 คนจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในวันอังคารที่ 28 สคนี้ เวลา 0900 น ที่สำนักงานศาลยุติธรรม ชั้น 12 อาคารศาลอาญา ว่า ในวันนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการนับยอดหนังสือตอบรับ พบว่ามีหนังสือตอบรับจากผู้พิพากษาทั่วประเทศผ่านผู้ประสานงานและได้รับหนังสือโดยตรงกลับมายังนายสืบพงษ์จำนวน 1,787 รายชื่อ โดยในวันที่ 28 สคนี้ ผู้แทนในการเข้าชื่อถอดถอน กต 3 คน ซึ่งนำโดยนายสืบพงษ์, นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และ นสมณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา จะเดินทางไปยื่นคำร้องพร้อมหนังสือการเข้าชื่อของผู้พิพากษาที่รวบรวมได้ทั้งหมดต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมด้วยตนเอง ทั้งนี้ นายสืบพงษ์ได้ออกหนังสือขอบคุณลงในแอปพลิเคชันไลน์ส่งไปยังกลุ่มไลน์ผู้พิพากษา โดยมีเนื้อหาว่า ขอบคุณจากใจ กระผมขอกราบขอบพระคุณท่านผู้พิพากษาทุกท่านที่ส่งหนังสือเข้าชื่อถอดถอน กตผู้ทรงคุณวุฒิออกจากตำแหน่งมาให้กระผมอย่างพร้อมเพรียงกัน จนบัดนี้นับได้ 1,787 รายชื่อ ซึ่งมีจำนวนมากกว่าหนึ่งในสามของผู้พิพากษาทั้งหมด ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จของผู้พิพากษาทุกท่านที่ร่วมกันทำให้เป็นที่ประจักษ์ว่า ผู้พิพากษาสามารถควบคุมดูแลกันเองได้ และไม่ยอมให้ผู้ดำรงตำแหน่ง กตละเมิดต่อกฎหมาย ระเบียบวินัยและจริยธรรมอันดีของผู้พิพากษาซึ่งยึดถือปฏิบัติมาเป็นระยะเวลายาวนาน กระผมและคณะผู้เข้าชื่อจะนำคำร้องขอถอดถอนพร้อมรายชื่อทั้งหมดนี้เสนอต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในวันที่ 28 สิงหาคม ศกนี้ หลังจากนี้สำนักงานศาลยุติธรรมจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อให้ประชาคมผู้พิพากษาได้สดับตรับฟังข้อเท็จจริง และพิจารณาว่าพฤติการณ์ของผู้ถูกร้องนั้นสมควรจะถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งหรือไม่ และจัดให้มีการออกเสียงลงคะแนนโดยวิธีลับต่อไป ขอท่านทั้งหลายโปรดร่วมกันใช้สิทธิโดยชอบธรรมนี้ช่วยกันปกป้องรักษาสถาบันศาลยุติธรรม อย่าให้ผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียบกพร่องในจริยธรรมอันดีสร้างความมัวหมองให้แก่ศาลยุติธรรมต่อไป นายสืบพงษ์ระบุ

อ่าน(267) | แสดงความคิดเห็น(506) | ส่งต่อ(719) |
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

หนา 2021-06-25

เพลงกงกง บิ๊กตู่ กดปุ่มสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู-สีเหลือง โมโนเรล 2 สายแรกของไทย แก้วิกฤติจราจร กทม-ปริมณฑล สั่งคมนาคมเคลียร์ปัญหาเวนคืนที่ดิน ย้ำต้องปลอดทุจริต อาคม รับลูกนายกฯ คุมเข้มความปลอดภัย คนกรุงได้ใช้ปลายปี 64 รฟม ชงบอร์ดเคาะสายสีส้มตะวันตก 31 สคนี้ ที่บริเวณพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองหมวดทางหลวงศรีนครินทร์ เขตบางนา เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม เวลา 0900 น พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เป็นประธานในพิธีเริ่มการก่อสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรล 2 สายแรกของประเทศไทย คือโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมวคมนาคม และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะกลุ่มผู้ถือหุ้น บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เดินทางมาร่วมงานด้วย โดยนายกฯ กล่าวเปิดงานว่า วันนี้ถือว่าพวกเราได้มาร่วมกันสร้างบริบทให้ประเทศ ในการก่อสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรล 2 สายแรกของประเทศ ถือเป็นหนึ่งในโครงการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งได้กำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทุกคนทราบดีว่าปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ถือว่าหนักหนาสาหัส จึงจำเป็นต้องเร่งแก้ปัญหาให้ได้ แต่ปัญหาที่สำคัญคือการใช้พื้นที่ในการก่อสร้าง หลายเส้นทางยังติดขัดในเรื่องที่ดินของเอกชน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องค่าเวนคืนซึ่งต้องหาวิธีการที่เหมาะสมตอบแทนประชาชน อาทิ การแบ่งปันผลประโยชน์จะทำได้หรือไม่ ขอมอบเป็นนโยบายให้กระทรวงคมนาคมไปดำเนินการ ทำอย่างไรให้ลดความขัดแย้งระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน โดยพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็น และมีการสั่งการตรวจสอบลงไป จึงขอย้ำว่าจะต้องไม่มีการทุจริตอย่างเด็ดขาด ไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้แก่ใครทั้งสิ้น การก่อสร้างต่างๆ ย่อมเกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างแน่นอน ซึ่งตรงนี้ก็ต้องขอความร่วมมือ อย่าลืมว่าคนที่อยากให้ก่อสร้างก็มี แต่ก็ยังมีคนไม่อยากให้ก่อสร้างเพราะไม่ได้ใช้งาน ก็เกิดการต่อต้าน ต้องชี้แจงให้คนทั้งสองฝ่ายเข้าใจถึงความจำเป็น ไม่อย่างนั้นจะขัดแย้งกันไปมาไม่จบสิ้น ก็ฝากทุกคนช่วยทำความเข้าใจด้วย วันนี้เราต้องเสียสละและช่วยกัน รวมทั้งขอฝากผู้ประกอบการว่า ในการดำเนินโครงการต้องทำให้มีมาตรฐาน มีความรวดเร็ว แข็งแรง รวมทั้งดูแลประชาชนในเรื่องของราคาค่าบริการให้เกิดความเป็นธรรมให้มากที่สุด เราต้องทำให้คนประมาณ 15 ล้านคน ที่เป็นผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงการพัฒนาและมีการเจริญเติบโตขึ้น พลอประยุทธ์ระบุ อย่างไรก็ตาม ขอให้โครงการนี้เป็นตัวอย่างของโครงการอื่นๆ อีกมากมาย เพราะรัฐบาลไม่สามารถลงทุนทั้งหมดได้ ภาระจะเยอะ ต้องช่วยรัฐบาลระวังในเรื่องของ พรบการจัดซื้อจัดจ้างด้วย น่าจะต้องมีการใช้จ่ายงบประมาณในวงเงินสัดส่วนที่กำหนด ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลพยายามทำให้เกิดความเชื่อมั่นให้ได้ว่า วันข้างหน้าจะต้องไม่เกิดเรื่องราวที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้นอีกในอนาคต จากนั้นนายกฯ ทำพิธีกดปุ่มเพื่อเทคอนกรีตลงสู่ฐานราก ถือเป็นสัญลักษณ์เริ่มการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าโมโนเรลทั้ง 2 สาย ก่อนเดินไปดูจุดเทคอนกรีต พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการโครงการ และกล่าวระหว่างเยี่ยมชมด้วยว่า ทุกอย่างต้องทำให้เกิดความไว้วางใจ ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมวคมนาคม เปิดเผยว่า สำหรับค่าเวนคืนที่ดินที่จะก่อสร้างโครงการดังกล่าว ในส่วนของราชการดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งกรมทางหลวงและกรุงเทพมหานครได้ส่งมอบพื้นที่เกือบ 100% เป็นไปตามกฎหมายกรอบงบประมาณ ส่วนเอกชนกำลังดำเนินการตามขั้นตอนของข้อกฎหมาย ส่วนที่มีข้อเรียกร้องให้เพิ่มค่าเวนคืนที่ดินนั้น มีขั้นตอนทางกฎหมายรองรับ และจะต้องเป็นไปตามราคาประเมินและมีหลักฐานการซื้อขายที่มาจากกรมที่ดิน ไม่ใช่การเรียกร้องราคาที่สูงขึ้นจากการเปลี่ยนเจ้าของ ทั้งนี้ นายกฯ ได้สั่งการเกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการให้เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัย และให้เร่งคืนพื้นที่ผิวจราจรให้เร็วที่สุดหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ รวมถึงการเชื่อมต่อการเดินทาง โดยกระทรวงคมนาคมจะใช้ระบบตั๋วร่วมเข้ามาดำเนินการเชื่อมต่อเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และจะจัดเก็บค่าธรรมเนียมเพียงครั้งเดียว ต่อไปคิดระยะทางตามสถานี สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและรถไฟฟ้าสายสีเหลืองมีกลุ่ม BSR ประกอบด้วย บมจบีทีเอส กรุ๊ปโฮลดิ้งส์ (BTS), บมจซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) และ บมจผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) เป็นผู้ที่ได้รับสัมปทานมีระยะเวลาการลงทุนรวม 33 ปี 3 เดือน แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 งานออกแบบและก่อสร้างงานโยธาพร้อมติดตั้งระบบและขบวนรถไฟฟ้า ระยะเวลา 3 ปี 3 เดือน และระยะที่ 2 งานให้บริการและบำรุงรักษา ระยะเวลา 30 ปี โดยให้เอกชนเป็นผู้จัดเก็บค่าโดยสารและรับความเสี่ยงด้านจำนวนผู้โดยสาร ปัจจุบันการดำเนินงานระยะที่ 1 ของรถไฟฟ้าสายสีชมพู มีความก้าวหน้าการก่อสร้างงานโยธา 310% (สิ้น กค61) ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเหลืองมีความก้าวหน้าการก่อสร้างงานโยธา 507% (สิ้น กค61) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม) มั่นใจว่าสามารถก่อสร้างแล้วเสร็จและทดลองระบบพร้อมเปิดให้บริการได้ช่วงปลายปี 64 ส่วนการเดินรถไม่ว่าจะเป็นบริษัทใดจะมีกรอบราคาค่าโดยสาร 14-42 บาท นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม) กล่าวว่า รฟมเตรียมเสนอรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการร่วมทุน PPP Net Cost เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) ในวันที่ 31 สคนี้ หากได้รับอนุมัติจะเปิดประมูลเป็นสัญญาเดียว ประกอบด้วยงานก่อสร้างโยธา วงเงิน 12 แสนล้านบาท และงานวางระบบ รวมถึงบริหารจัดเก็บรายได้ วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้จะเสนอโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี จากสถานีศรีรัชเข้าเมืองทองธานี ระยะทาง 28 กมในวันที่ 31 สคนี้เช่นกัน หลังจากที่โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ต่อขยายเส้นทางไปตามถนนรัชดาภิเษกสิ้นสุดบริเวณแยกรัชโยธิน ระยะทาง 26 กมได้รับอนุมัติไปครั้งที่แล้ว ทั้งหมดจะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร) เพื่อบรรจุในแผนแม่บทการจราจร หลังจากนำเสนอเข้ากระทรวงคมนาคมเพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เพราะจะมีการเวนคืนที่ดิน ซึ่งภาครัฐจะเป็นผู้ดำเนินการและเอกชนจะจ่ายชดเชยภายหลัง นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พรบ) การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมว่า ปัจจุบันกระทรวงคมนาคมนำเสนอร่าง พรบดังกล่าวแล้ว ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้รวบรวมความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการเสนอร่างกฎหมายต่อ ครม ทั้งนี้ คาดหวังว่าการใช้งานระบบตั๋วร่วมในระบบขนส่งสาธารณะ จะเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นการเดินทางที่ประหยัดเวลา ประหยัดค่าเดินทาง และสนับสนุนการลดการใช้เงินสด เพื่อเข้าสู่สังคมไร้เงินสดตามนโยบายของภาครัฐ ขณะที่นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทยฯ เปิดเผยถึงความคืบหน้าแผนลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินอีอีซี วงเงิน 215 แสนล้านบาทว่า บซิโน-ไทยฯ จะเป็นผู้ดูแลแผนงานก่อสร้างภาพรวมราว 12 แสนล้านบาท เบื้องต้นยอมรับว่าเป็นงานที่ยากเพราะมีเวลาก่อสร้างเพียง 5 ปี ดังนั้นจึงต้องอาจเจรจาหาตัวบริษัทซับคอนแทรกต์มาช่วยดำเนินงาน ส่วนด้านการเข้าประมูลนั้นจะจับกลุ่มพันธมิตรเดิม คือ BSR ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรรายที่ 4 แต่ต้องรอให้บอร์ดของพันธมิตรเห็นชอบเรื่องดังกล่าวก่อน จากนั้นจึงลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ซึ่งคาดว่าจะลงนามได้เร็วที่สุดต้นเดือน กย

อาจจะเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าการเมืองไทยเหลือเพียง 2 แพร่ง หรือ 3 ก๊กทางเลือก ที่จะเข้ามาบริหารประเทศหลังเลือกตั้งระหว่างเดือน กพ-พค62 คือ ก๊ก 1พรรคเพื่อไทย ก๊ก 2พรรคที่สนับสนุน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช และ ก๊ก 3พรรคประชาธิปัตย์

ใส่ฮุน 2021-06-25 05:04:34

หวั่นจีนฮุบเมือง นายกฯ มหาเธร์ ห้ามคนต่างชาติซื้อบ้านหรูโครงการฟอเรสต์ซิตี 27 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 21:56 น นายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด ประกาศจะไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์ในโครงการที่พักสุดหรู ฟอเรสต์ซิตี มูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์ ที่จะถมเกาะสร้างเป็นเมืองใหม่ในรัฐยะโฮร์ ซึ่งเป้าหมายเดิมของโครงการคือการดึงดูดเศรษฐีชาวจีน แต่คนท้องถิ่นกลับไม่มีปัญญาซื้อ

คานาอิ เนเดอร์ 2021-06-25 05:04:34

ถึงจะปลดล็อก-ไม่ปลดล็อกแต่ช่วงระหว่างนี้ บรรดานักการเมือง พรรคการเมือง ก็น่าจะเริ่มขยับเขยื้อน เคลื่อนไหว กันมั่งแล้ว คงไม่มีใครคิดจะสตัฟฟ์ตัวเอง ดองตัวเองเอาไว้ในขวดโหลอยู่แล้วแน่ๆ แม้จะขยาด ครั่นคร้าม ต่อฤทธิ์เดชของสากกะเบือ อย่างมาตราฉี่ฉิบฉี่ ในระดับไหน เพียงใด ก็ตาม, ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด storagethaipostnet Line ID:@thaipost เมื่อวันเลือกตั้งประกาศแม้จะยังอีกไกล ก็ต้องเริ่มดำเนินการไปให้พร้อมที่สุดในงานใหญ่ หลัง พรรคเพื่อไทย กับนายใหญ่ ทักษิณ ชินวัตร เริ่มให้กำลังใจส่งสัญญาณเตรียมพร้อมกันเป็นระยะ ขณะที่ พรรคพลังประชารัฐ ยังกึ๊กกั๊กไม่หวือหวาออกหน้าออกตาเท่าไหร่ ปล่อยให้ กลุ่มสามมิตร รับหน้าสื่อเดินสายพบปะประชาชนและนักการเมืองออกหน้าหนุน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ อีกสมัยต่อไปมากกว่า 0 ก็ดูเอาเถอะ ขนาดแหล่งข่าวเผยออกมาว่า อุตตม สาวนายน รมวอุตสาหกรรม และ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมวพาณิชย์ เตรียมจะลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ เพื่อนมิตรอย่าง สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ยังบอกว่าไม่มีมูล ส่วน ชวน ชูจันทร์ ผู้ร่วมจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ ก็บอกว่ายังไม่มีสัญญาณใดๆ จากรัฐบาล เอาจริงๆ กระแสข่าว อุตตม-สนธิรัตน์ กรณีนี้ก็รู้สึกว่าได้ยินมานานแล้ว แต่ก็ยังกั๊กกันอยู่ 0 ย้อนไปในอดีตนั้น ก่อนวันเปิดให้จดทะเบียนชื่อพรรคการเมืองตั้งใหม่ แหล่งข่าวก็เคยเผยว่า จะมีพรรคหนุนรัฐบาล พลอประยุทธ์ ชื่อ พรรคประชารัฐ ถึงเวลาจดทะเบียนจริงก็ปรากฏชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขึ้นมานับแต่วันนั้น ต่างกันกับแหล่งข่าวแค่เพิ่มคำว่า พลัง เข้ามา ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ที่แหล่งข่าวมันมักจะออกมาแม่น วันนี้อยากจะกั๊กก็ไม่รู้จะกั๊กกันไปทำไม รออะไรกันอยู่ช่างปะไร เดี๋ยวถึงวันหน้าก็คงรู้กันว่าไม่มีมูล หรือกลิ่นมูลโชยมาเต็มกันแน่ 0 สืบเนื่องเมื่อวันอาทิตย์ เครือข่ายทวงคืนผืนป่าดอยสุเทพ จัดชุมนุมใหญ่พร้อมเผาพริกเผาเกลือสาปแช่งต่อต้าน บ้านป่าแหว่ง กรณีบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ ใจร้อนแรงอยากให้รื้อถอนและย้ายผู้พิพากษาออกโดยเร็ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (กบศ) มีมติมอบหมายให้สำนักงานศาลยุติธรรมทำความตกลงขอใช้ที่ดินจากกรมวิชาการเกษตร บริเวณศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย เพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 พร้อมที่พักอาศัย และทำเรื่องของบประมาณจากรัฐบาล ในการย้ายออกจากบ้านป่าแหว่งแล้วก็ตาม 0 ล่าสุด พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกว่า นายกฯ ขอให้ผู้ชุมนุมคิดทบทวน โดยควรมองทุกสิ่งอย่างรอบด้านและมีเหตุมีผล รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาอย่างดีที่สุด ข้อเรียกร้องบางอย่างจะต้องใช้เวลา พร้อมปิดท้ายว่า หากการออกมาคัดค้านได้ดำเนินการตั้งแต่ก่อนเริ่มต้นโครงการก่อสร้าง ก็จะไม่ทำให้เรื่องยืดยาวหรือต้องสูญเสียงบประมาณของรัฐเช่นนี้ นั่นสิ ก่อนเริ่มสร้างไม่เห็นข่าวออกมาค้าน ถ้าออกมาค้านจริงทำไมถึงไม่มีข่าวยืนยัน แล้วจะไม่ให้คนคิดโยงการเมืองได้อย่างไร? 0 ปิดท้าย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการชื่อดังล้มป่วยเส้นเลือดในสมองแตก มีข่าวว่าอาการดีขึ้นบ้างแล้ว บางคนก็ว่าเป็นผลกรรมจากการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ ซึ่งอันที่จริงแล้วคนสูงอายุกับการป่วยนั้นเป็นเรื่องปกติที่เกิดกันได้ทุกคน ก็แล้วแต่ใครจะคิดกันไป อย่างไรก็ตาม แม้ อเจียม จะวิจารณ์เบื้องสูง แต่ขณะเดียวกันก็วิจารณ์ พรรคเพื่อไทย ชินวัตร เช่นเดียวกัน ไม่ใช่ขี้ข้าใคร ดีกว่า ขบวนการล้มเจ้า บางคนที่โป้ปดมดเท็จ ให้ร้ายเบื้องสูงก็แล้วกัน 0。 ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ยอมรับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ประชุมสุดยอดกับคิม จองอึน ที่สิงคโปร์ ว่าทุกอย่างไม่ได้สวยงามอย่างที่อวดอ้างมาตลอด ทรัมป์เพิ่งส่งข้อความทวีตว่า ได้ระงับการไปเยือนเปียงยางของรัฐมนตรีต่างประเทศ ไมค์ ปอมปิโอ ครั้งใหม่ ที่เดิมกำหนดไว้สัปดาห์หน้า เพราะผมรู้สึกว่าเราไม่มีความคืบหน้าเพียงพอในการให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดจากอาวุธนิวเคลียร์ ไม่แต่เท่านั้น ทรัมป์ยังโยนบาปไปที่จีนอีกด้วย ทวีตอีกข้อความหนึ่งของทรัมป์บอกว่า เพราะเรามีจุดยืนที่กร้าวต่อจีนเรื่องการค้ามากขึ้น ผมจึงไม่เชื่อว่าจีนกำลังช่วยเราในกระบวนการลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างที่เคย (ทั้งๆ ที่มาตรการแซงก์ชั่นของสหประชาชาติต่อเกาหลีเหนือยังมีผลบังคับใช้อยู่) ทรัมป์บอกด้วยว่า เขาหวังว่ารัฐมนตรีต่างประเทศมะกันจะไปเยือนเกาหลีเหนือในอนาคตอันใกล้นี้ คงจะเป็นหลังจากที่ความสัมพันธ์ทางการค้าของเรากับจีนกระเตื้องขึ้น พร้อมทั้งหยอดตอนท้ายว่า เขาส่งความปรารถนาดีไปยังท่าน ประธานคิม และหวังว่าจะได้เจอกันอีกในเร็วๆ นี้ ความเคลื่อนไหวใหม่ล่าสุดนี้ตอกย้ำว่า ทรัมป์ล้มเหลวในการกดดันให้คิม จองอึน ยอมเลิกโครงการนิวเคลียร์ก่อน แล้วอเมริกาจึงจะยอมผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร เป็นคนละเรื่องกับที่ทรัมป์เคยคุยว่า เขาประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมในการหว่านล้อมให้ผู้นำเกาหลีเหนือยอมเลิกนโยบายนิวเคลียร์ อย่างสมบูรณ์ โดยตรวจสอบได้ และไม่มีวันหวนคืนกลับไปสู่ทิศทางนั้นอีก ที่ทรัมป์ประกาศเป็นหลักการกร้าว complete, verifiable and irreversible ก็เลยเป็นหมัน สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์ได้เตือนไว้ตั้งแต่ต้นว่า การที่ทรัมป์กระโจนเข้าสู่การประชุมสุดยอดกับคิม โดยไม่มีการต่อรองเจรจาในรายละเอียดนั้น ย่อมจะนำไปสู่ความล้มเหลว รายงานของหน่วยงานที่จับตาความเคลื่อนไหวในเกาหลีเหนือส่วนใหญ่ยืนยันตรงกันว่า จากภาพดาวเทียมและข่าวกรองอื่นๆ ยังมีหลักฐานชัดเจนว่าเปียงยางยังเดินหน้าพัฒนานิวเคลียร์ และไม่มีอะไรส่อไปว่าจะมีการทำลายฐานปฏิบัติการด้านนี้อย่างที่วอชิงตันพยายามจะออกข่าวมาตลอด การที่ทรัมป์จับเรื่องความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนไปโยงกับการเลิกอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ก็ยิ่งทำให้มีความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เพราะการเจรจาระหว่างฝ่ายปฏิบัติการของสองประเทศล่าสุดเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด อันเกิดจากที่ต่างฝ่ายต่างยกกำแพงภาษีสูงขึ้น ก็ยังหาข้อตกลงอย่างเป็นรูปธรรมไม่ได้ พอทรัมป์เอาเรื่องจีนกับเกาหลีเหนือมาเกี่ยวโยงกันอย่างนี้ ก็ยิ่งจะทำให้การเจรจากับเปียงยางเรื่องนิวเคลียร์ยากยิ่งขึ้น ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนก็คงจะอึดอัดกับวิธีการของทรัมป์ที่ป่าวประกาศให้ชาวโลกได้รู้ว่าอเมริกาถือว่าจีนพยายามจะสกัดข้อตกลงระหว่างวอชิงตันกับเปียงยาง ไม่ต้องสงสัยว่าจีนยังมีอิทธิพลเหนือเกาหลีเหนือไม่น้อย และคิม จองอึน ก็ได้แสดงให้ประชาคมโลกเห็นว่าเขายังถือว่าปักกิ่งเป็นมิตรผู้พี่ที่ไว้วางใจได้มากกว่าอเมริกาเป็นไหนๆ นักวิเคราะห์บางคนบอกว่า สีจิ้นผิงเป็น คนเขียนบท กำกับความเคลื่อนไหวเร็วช้าของการเจรจาระหว่างทรัมป์กับคิมอย่างไม่ต้องสงสัย ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำเปียงยางกับปักกิ่งได้กลับมาสู่ภาวะใกล้ชิดมากกว่าเดิม เพราะก่อนคิมจะนัดพบทรัมป์ ได้ไปขอพบสีจิ้นผิงเพื่อแสดงให้เห็นถึงการเคารพต่อเพื่อนบ้านผู้พี่ หลังพบทรัมป์ คิมก็แสดงสัมมาคารวะต่อจีนด้วยการไป บรรยายสรุป ให้ผู้นำจีนฟังด้วยตนเองเช่นกัน คิมเตรียมจะพบกับผู้นำจีนและรัสเซียในช่วงสองสามสัปดาห์ข้างหน้า เป็นการย้ำเตือนทรัมป์ว่า เกาหลีเหนือมีเพื่อนใหญ่ๆ ที่พร้อมจะสนับสนุนตนโดยไม่ต้องกังวลกับผลจากการคว่ำบาตร และหลังจากที่ทรัมป์ประชุมสุดยอดกับคิมแล้ว ความเข้มข้นของประเทศต่างๆ ในการดำรงไว้ซึ่งมาตรการแซงก์ชั่นเกาหลีเหนือก็แผ่วเบาลงอย่างเห็นได้ชัด โอกาสที่จะกลับไปกดดันคิมเหมือนแต่ก่อนก็เบาบางลงอย่างแน่นอน ชัยชนะ ที่ทรัมป์อ้างหลังพบกับคิมที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนปีนี้ จึงเกิดอาการ แท้ง ไปต่อหน้าต่อตา ที่เคยพูดถึง รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ สำหรับทรัมป์และคิมก็จึงกลายเป็นตลกร้ายไปทันทีเช่นกัน!。

ฮูเฮก 2021-06-25 05:04:34

อาจจะเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าการเมืองไทยเหลือเพียง 2 แพร่ง หรือ 3 ก๊กทางเลือก ที่จะเข้ามาบริหารประเทศหลังเลือกตั้งระหว่างเดือน กพ-พค62 คือ ก๊ก 1พรรคเพื่อไทย ก๊ก 2พรรคที่สนับสนุน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช และ ก๊ก 3พรรคประชาธิปัตย์,หวั่นจีนฮุบเมือง นายกฯ มหาเธร์ ห้ามคนต่างชาติซื้อบ้านหรูโครงการฟอเรสต์ซิตี 27 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 21:56 น นายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด ประกาศจะไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์ในโครงการที่พักสุดหรู ฟอเรสต์ซิตี มูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์ ที่จะถมเกาะสร้างเป็นเมืองใหม่ในรัฐยะโฮร์ ซึ่งเป้าหมายเดิมของโครงการคือการดึงดูดเศรษฐีชาวจีน แต่คนท้องถิ่นกลับไม่มีปัญญาซื้อ。 จับน้องชาย กานต์ เมียเก่าเสก โลโซ ค้ายาเสพติด ด้านปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 รวบเจ้าของร้านยางรถยนต์เครือข่าย มันทุกเม็ด ทำหน้าที่ฟอกเงิน พบเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้าน เมื่อกลางดึกย่างเข้าวันที่ 27 สิงหาคมนี้ พตอธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบกอกบชปส พตอบุญยสิทธิ์ รอดชะพรหม ผกก1 บกปส1 พร้อมกำลังสยบไพรี และ กก1 บกปส1 ร่วมกันจับกุมตัวนายเดชอุดม หรือเดช แสงสายทับทิม อายุ 41 ปี อยู่ที่ 13 ตตลาดขวัญ อเมือง จนนทบุรี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 99/2561 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2561 ในข้อหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือไอซ์ หรือยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจับกุมได้ที่บริเวณถนนประชาราษฎร์ ตตลาดขวัญ อเมือง จนนทบุรี จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง โดยแจ้งว่าเป็นน้องชายของนางวิภากร หรือกานต์ ศุขพิมาย อดีตภรรยานายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ นักร้องนักดนตรีชื่อดัง ด้านพลตตสุรศักดิ์ ขุนณรงค์ ผบกปส1 บชปส เปิดเผยว่า การจับกุมนายเดชอุดม สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มีคที่ผ่านมา ตำรวจได้ทำการล่อซื้อยาเสพติดจากนายไพฑูรย์ กล่อมเกลี้ยง อายุ 35 ปี ที่ย่านซอยนวลจันทร์ และจับกุมนายไพฑูรย์ พร้อมของกลางไอซ์ 12 กรัม และยาบ้า 5 เม็ด จากการสอบปากคำ นายไพทูรย์ได้ให้การซัดทอดว่านายเดชอุดมเป็นคนขับรถพามาส่งยา แต่หลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงติดตามจับกุมนายเดชอุดมได้ในที่สุด ภายหลังการจับกุม นายเดชอุดม นางวิภากร หรือกานต์ ได้ออกมาโพสต์ทางสื่อออนไลน์ ระบุว่า จะดีจะชั่วก็น้อง ใครผิดก็ว่าตามผิด รับได้ทุกอย่าง หนักกว่านี้ก็เจอมาหมดแล้ว พร้อมเหน็บใครบางคนว่า ไอ้ที่ไม่เกี่ยวมาเย้ยหยัน อย่าลืมว่าน้องชายคนเล็กก็หนีตำรวจอยู่ เสพจนบ้า ไปซ่อนตัวที่ไหน จะให้แจ้งเบาะแสไหม วันเดียวกัน พลตทสมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สั่งการให้เจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการ ชัยยะสยบไพรี 61/7 บุกจับผู้ต้องหารับฟอกเงินให้เครือข่ายยาเสพติดกลุ่ม มันทุกเม็ด ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้เครือข่ายโซเชียลมีเดียในการติดต่อจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายผู้ค้ารายย่อย หลังพบมีการทำธุรกรรมการเงินสูงผิดปกติ จุดแรก เจ้าหน้าที่นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตบางเตย อสามพราน จนครปฐม พบภรรยานายรุ่งโรจน์ จิรัฐติกาลพันธุ์ ผู้ต้องหาที่รับฟอกเงินให้เครือข่าย มันทุกเม็ด ส่วนจุดที่สอง คือโรงงานบริษัท ปรุ่งโรจน์สยามยางยนต์ จำกัด ตสวนหลวง อกระทุ่มแบน จสมุทรสาคร จับกุมนายรุ่งโรจน์ พร้อมควบคุมตัวพนักงานบริษัทไว้สอบสวน เบื้องต้นนายรุ่งโรจน์ อ้างว่าบริษัทแห่งนี้สร้างเสร็จได้เพียง 6 เดือน ตนเองมีรายได้จากธุรกิจเพียง 2 หมื่นบาทต่อเดือน ส่วนที่ตำรวจพบมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้านบาท ขอไปชี้แจงรายละเอียดในชั้นศาล ต่อมา พลตทสมหมายพร้อมด้วย พลตตสุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบชทท ได้ตรวจเยี่ยมสรุปผลการเข้าตรวจค้นหาหลักฐานการฟอกเงินและจับกุมนายรุ่งโรจน์ พร้อมเปิดเผยว่า ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปฏิบัติการ ซึ่งทั้ง 2 เป้าหมายที่เข้าตรวจค้น มีความเชื่อมโยงกับการฟอกเงินให้เครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่ม มันทุกเม็ด โดยเงินจากการค้ายาเสพติด ถูกนำมาลงทุนซื้อสินค้ายางรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งรถมาจำหน่ายให้กับลูกค้าในราคาถูก จนพบมียอดเงินหมุนเวียนในบัญชีสูงผิดปกติ ส่วนที่ให้การปฏิเสธถือเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่ตำรวจมีหลักฐานสำคัญที่ทำให้เชื่อได้ว่ามีการฟอกเงินจริง สำหรับเครือข่ายกลุ่มมันทุกเม็ด เป็นกลุ่มที่รับยาเสพติดจากกลุ่มของนายวีระ หมื่นจะดา ลูกเขยของ พลอจะลอโบ ผู้นำกลุ่มว้า โดยผู้ต้องหากลุ่มนี้มีการจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายค้ายาเสพติดผ่านการใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ และอินสตาแกรม เพื่อชักจูงกลุ่มวัยรุ่น พบมีฐานเครือข่ายใน 30 จังหวัด มีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่เชื่อมโยงถึงกันมากกว่าหมื่นบัญชี ส่วนลักษณะที่พบมีการชักจูงใจ เช่น มีการแจกยาเสพติดฟรีให้กับผู้ที่เป็นสมาชิกใหม่ และให้รางวัลกับผู้ที่ขยายเครือข่ายยาเสพติดได้ ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 เริ่มตั้งแต่ 25 สคโดยมีเป้าหมายตรวจค้นรวม 141 จุดทั่วประเทศ มีการจับกุมผู้ต้องหาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 คน คาดว่าผลจากการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายนี้ สามารถยึดทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติดรวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท。

กานดา ชูไว 2021-06-25 05:04:34

หมอวรงค์ บุกศาลฎีกาฯ ยื่นคำร้อง เรืองกลาย บิดเบือนจำนำข้าวไม่ขาดทุน ส่อเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล ท้า ยิ่งลักษณ์ ถ้ามีข้อมูลใหม่ให้กลับมารื้อฟื้นสู้กันใหม่ ด้านผู้ว่าฯ สตงเคลียร์เหตุรายงานเงินแผ่นดินไม่บันทึกขาดทุนจำนำข้าว โดยแสดงรายการเป็นส่วนหนึ่งของรายจ่ายจากงบประมาณในปีที่ ธกสและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับการจัดสรรงบประมาณและเบิกจ่ายเงินจากคลัง เมื่อเวลา 1400 น วันที่ 27 สค ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถแจ้งวัฒนะ นพวรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต สสพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมายื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ ขอให้พิจารณากรณี นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กับเพจเฟซบุ๊ก ชินวัตร แฟนคลับ กรณีเปิดประเด็นโครงการรับจำนำข้าวไม่ขาดทุน ว่าเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ นพวรงค์กล่าวว่า เรื่องนี้ศาลฎีกาฯ ได้มีคำพิพากษาไว้ชัดเจนถึงตัวเลขขาดทุนในโครงการรับจำนำข้าวว่ามีจำนวนกว่า 536,000 ล้านบาท การที่นายเรืองไกรนำมาเปิดประเด็นนี้ ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนและเกิดข้อกังขาตามมา กับทราบว่าในเพจเฟซบุ๊ก ชินวัตร แฟนคลับ ได้นำคำพูดของนายเรืองไกรไปขยายผล ถ้าเรายังปล่อยเรื่องนี้ออกไปโดยไม่ดำเนินการใดๆ จะเกิดความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรม เพราะคำพิพากษาของศาลถือเป็นที่สิ้นสุดแล้ว เราจึงนำเรื่องของนายเรืองไกรและเพจ ชินวัตร แฟนคลับ มาร้องเพื่อให้ศาลได้ทราบและพิจารณาดำเนินการต่อไป อยากให้นายเรืองไกรทราบด้วยว่า ในช่วงที่พวกเรามาเป็นพยานศาล ศาลฎีกาฯ ได้ออกข้อกำหนดคดีจำนำข้าวไม่ให้คู่ความหรือคู่กรณีออกมาให้สัมภาษณ์บิดเบือนข้อเท็จจริง จึงเชื่อว่าเมื่อเรามายื่น ศาลคงพิจารณาดำเนินการต่อไป เมื่อถามถึงกรณีที่นายเรืองไกรได้ยื่นร้องสำนักนายกฯ เรื่องข้าวที่หายไป 1 ล้านตัน และไม่มีเจตนาก้าวล่วงคำพิพากษา นพวรงค์กล่าวว่า เรื่องข้าวหายไม่หายในช่วงหลังนั้นไม่เกี่ยวกับคดีโครงการรับจำนำข้าวของ นสยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ประเด็นที่นายเรืองไกรเปิดมาทำให้สังคมมีข้อกังขา เพราะกรณีของ นสยิ่งลักษณ์ เมื่อศาลตัดสินแล้วก็เปิดโอกาสให้ยื่นอุทธรณ์ แต่ตัว นสยิ่งลักษณ์ถ้าคิดว่าไม่ผิดทำไมจึงหลบหนี ผมขอท้าไปที่นายเรืองไกรและ นสยิ่งลักษณ์ว่าเรามี พรบรื้อฟื้นคดีอาญาฯ ถ้าหากนายเรืองไกรเข้าใจว่ามีข้อมูลใหม่ ไม่มีการขาดทุน ก็ให้มารื้อฟื้นคดีสู้กันใหม่ ถามว่าการกระทำของนายเรืองไกรเป็นความผิดกฎหมายฐานใด นพวรงค์ตอบว่า เรามองว่าอะไรที่ศาลตัดสินแล้ว หากไม่จบจะเป็นผลเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรม ตนมาทำตรงนี้เพื่อปกป้องกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของระบอบประชาธิปไตย ส่วนศาลจะพิจารณาอย่างไรต่อไปนั้นเป็นดุลพินิจของศาล จากนั้น นพวรงค์กล่าวภายหลังยื่นคำร้องว่า ได้ยื่นคำร้องต่อเลขาฯ ศาลฎีกาฯ เรียบร้อยแล้ว ซึ่งขั้นตอนต่อไปก็จะมีการส่งคำร้องให้องค์คณะพิจารณาว่าจะดำเนินการออกหมายเรียกมาไต่สวนหรือไม่ ขณะที่นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน แถลงว่า เนื่องจากกรณีนี้ค่อนข้างจะเป็นเรื่องทางเทคนิค การที่ปรากฏข่าวในลักษณะดังกล่าวอาจทำให้บุคคลทั่วไปมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ ดังนั้น สตงในฐานะที่เป็นองค์กรตรวจสอบจึงขอชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เขากล่าวว่าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกในรายงานการเงินแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีได้มีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2555 อนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอให้กระทรวงพาณิชย์แต่งตั้งคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือก เพื่อดำเนินการปิดบัญชีโครงการดังกล่าว หลังจากครบกำหนดไถ่ถอนและ/หรือสิ้นสุดระยะเวลาโครงการ และให้มีการปิดบัญชีเป็นปีๆ ไป โดยให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชี ต่อมาในวันที่ 10 มิถุนายน 2556 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้การดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกได้ใช้เงินทุนหมุนเวียนจาก ๒ แหล่ง ได้แก่ เงินทุนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส) และเงินกู้จากสถาบันการเงินที่กระทรวงการคลังจัดหาและค้ำประกัน โดยให้มีการนำเงินที่ได้จากการระบายผลผลิตทางการเกษตรชำระคืนเงินทุน ธกสให้เสร็จสิ้นก่อน แล้วจึงชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงิน กรณีมีความจำเป็นให้ ธกสสำรองจ่ายไปก่อนระหว่างรอเงินจากการระบายผลผลิตหรือเงินจากแหล่งอื่นๆ โดยให้กระทรวงพาณิชย์ตกลงกับ ธกสเป็นคราวๆ ไป โดย ธกสจะได้รับอัตราชดเชยต้นทุนเงินและค่าบริหารโครงการ ทั้งนี้ ให้กระทรวงการคลังรับภาระชำระคืนต้นเงิน ดอกเบี้ยจากการกู้ยืมเงิน ค่าใช้จ่ายต่างๆ และผลขาดทุนที่เกิดขึ้นทั้งหมดของการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ทั้งในส่วนที่กระทรวงการคลังจัดหาให้และส่วนที่ใช้เงินทุนของ ธกส และให้ ธกสแยกการดำเนินงานโครงการออกจากการดำเนินงานปกติเป็นบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ และบันทึกเป็นภาระผูกพันนอกงบประมาณ เพื่อทราบผลกระทบจากการดำเนินโครงการและขอชดเชยความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น โครงการรับจำนำข้าวเปลือก เป็นโครงการที่ใช้เงินทุนของ ธกสและเงินกู้จากสถาบันการเงินที่กระทรวงการคลังจัดหาและค้ำประกัน โดยกระทรวงการคลังรับภาระในการนำเงินงบประมาณชดใช้คืนต้นเงิน ดอกเบี้ยจากการกู้ยืมเงิน ค่าใช้จ่ายต่างๆ และผลขาดทุนที่เกิดขึ้นทั้งหมดของการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกเป็นรายปี โดย ธกสจัดทำเป็นบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ และบันทึกเป็นภาระผูกพันนอกงบประมาณ สำหรับข้อมูลโครงการรับจำนำข้าวเปลือกถือเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ในการดำเนินการปิดบัญชีโครงการดังกล่าว หลังจากครบกำหนดไถ่ถอนและ/หรือสิ้นสุดระยะเวลาโครงการ และให้มีการปิดบัญชีเป็นปีๆ ไป ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินกล่าวสรุปในตอนท้ายว่า สำหรับในกรณีของโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนั้น รายงานการเงินแผ่นดินได้บันทึกรับรู้รายการเฉพาะการจ่ายเงินงบประมาณชดใช้คืนเงินทุนและเงินกู้ให้ ธกส และชดใช้ค่าบริหารจัดการอื่นๆ ให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยแสดงรายการเป็นส่วนหนึ่งของรายจ่ายจากงบประมาณในปีที่ ธกสและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับการจัดสรรงบประมาณและเบิกจ่ายเงินจากคลังแล้ว สำหรับเงินกู้จากสถาบันการเงินที่กระทรวงการคลังจัดหาและค้ำประกัน กระทรวงการคลังได้เปิดเผยข้อมูลในหมายเหตุประกอบรายงานการเงินแผ่นดิน หัวข้อหนี้สาธารณะ โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของหนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่ง กพ) ทำเนียบรัฐบาล นายเรืองไกรเข้ายื่นหนังสือถึง พลอประยุทธ์ ขอให้ตรวจสอบข้าวในสต๊อกรัฐบาลที่หายไป 1 ล้านตัน โดยนายเรืองไกรกล่าวว่า เมื่อ คสชเข้ามาได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำบัญชีข้าวคงเหลือของรัฐตามคำสั่ง คสชที่ 176/2557 และตามรายงานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข) ที่ 2/2557 ระบุมีข้าวคงเหลือ 187 ล้านตัน แต่หลังจากนั้นกรมการค้าต่างประเทศได้แถลงผลการระบายข้าวว่ามีข้าวหายไป 1 ล้านตัน จึงอยากทราบว่าใครเป็นผู้ทำบัญชีข้าว เพราะอธิบดีกรมบัญชีกลางเคยชี้แจงว่าไม่มีการทำบัญชีรายโครงการ นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า กรณีที่จะมีการระบายข้าวของรัฐบาลวันที่ 29-30 สคนี้ มีข้าวที่มาจากปี 51-52 อยู่ด้วย เหตุใดข้าวเหล่านี้จึงเก็บได้นาน แต่ข้าวในสมัยรัฐบาล นสยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีถึงเน่าเสีย ส่วนที่ นพวรงค์ระบุว่า ตนตั้งคำถามในคดีข้าวทั้งที่มีคำพิพากษาออกมาแล้วนั้น ตนเพียงนำข้อมูลที่อยู่ในคำพิพากษามาตรวจสอบกับบัญชีของรัฐบาล แต่กลับไม่มี จึงต้องตั้งคำถามมายังรัฐบาลเท่านั้น ไม่มีเจตนาก้าวล่วงคำพิพากษา, หลังจากกระแสข่าวประเด็นการแก้กฎหมายเพิ่มโทษความผิดเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถ หรือใบขับขี่นั้นเอง ดูเหมือนว่าตามสื่อต่างๆ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายกันออกไป แม้แต่ผู้ขับขี่ต่างก็ไม่เห็นด้วยที่จะไม่พกใบขับขี่จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับถึง 50,000 บาท จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ทำให้ในเวลาต่อมาด้านกรมขนส่งทางบก ได้ชี้แจงว่ากฎหมายด้านการขนส่งทางบกฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้บังคับใช้มาตั้งแต่ปี พศ2522 ซึ่งการขอแก้ไขพระราชบัญญัติรถยนต์ พศ2522 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พศ2522 ดังกล่าวจำเป็นต้องมีการปรับเนื้อหาให้มีความทันสมัย และให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้มีส่วนในการสร้างความตระหนักและรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งนี้ เนื่องจากข้อมูลศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย พบว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ มีโอกาสการเสียชีวิต 34% ซึ่งสูงกว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ถึงสองเท่า และจากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่า เด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปี เป็นกลุ่มอายุที่มีการเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนสูงสุดเฉลี่ยปีละ 1,688 คน และจากการศึกษาจากต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เช่น ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา พบว่ากรณีความผิดเกี่ยวกับการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถในประเทศญี่ปุ่น มีโทษปรับไม่เกิน 300,000 เยน เท่ากับ 88,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี และถูกตัดแต้ม 12 คะแนน ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกามีโทษปรับไม่เกิน 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 800,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี และถูกบันทึกประวัติตลอดชีวิตด้วย สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาตขับรถ เสนอให้ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมที่ปัจจุบันตาม พรบรถยนต์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถในระหว่างใบอนุญาตสิ้นอายุ ถูกพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต หรือถูกยึดใบอนุญาต ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท พรบขนส่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท และ พรบจราจร มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาต ปรับโทษสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง ปรับไม่เกิน 5,000 บาท ทั้งนี้ จากการเสนอแก้ไขปรับเพิ่มโทษกรณีความผิดดังกล่าว จะทำให้การพิจารณาโทษตามฐานความผิดอยู่ในดุลพินิจของชั้นศาล ซึ่งจะทำให้ผู้ขับขี่ตระหนักและปฏิบัติตามกฎจราจรมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง ส่วนกรณีที่มีข้อคิดเห็นคัดค้าน วิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน จะมีการรวบรวมข้อมูลและส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณาต่อไป ยืนยันการปรับแก้เพิ่มโทษผ่านศึกษารวบรวมข้อมูลทางวิชาการแล้ว และปรับให้ทัดเทียมมาตรฐานสากลด้วย พลตตเอกรักษ์ กล่าวว่า ตำรวจมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายการขับขี่สาธารณะเพื่อคุ้มครองชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ที่ผ่านมาตำรวจก็เข้มงวดเรื่องการจับยึดใบอนุญาตขับขี้ แต่โทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท ถือเป็นลหุโทษ ปรับในชั้นตำรวจได้ ประชาชนไม่เกรงกลัว ยึดก็เอาคืน ปรับก็ไม่สนใจ ไม่มีก็ขับรถต่อไป เรียกว่าไม่เกรงกลัว จึงต้องมีการเพิ่มโทษให้หนักขึ้น ก็ต้องยอมรับว่ากฎหมายใหม่ฉบับนี้เรียกความตื่นตัวให้แก่ผู้ขับขี่อย่างมาก ในขณะเดียวกันก็มีผู้ที่คัดค้านและไม่เห็นด้วยกับกฎหมาย หากมองในแง่ความปลอดภัยก็ถือเป็นเรื่องที่ดีทำให้คนที่ขับขี่รถยนต์มีความรับผิดชอบมากขึ้น แต่ก็อย่าลืมว่าซึ่งกฎหมายใหม่นี้อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการบังคับใช้แต่อย่างใด。 จับน้องชาย กานต์ เมียเก่าเสก โลโซ ค้ายาเสพติด ด้านปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 รวบเจ้าของร้านยางรถยนต์เครือข่าย มันทุกเม็ด ทำหน้าที่ฟอกเงิน พบเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้าน เมื่อกลางดึกย่างเข้าวันที่ 27 สิงหาคมนี้ พตอธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบกอกบชปส พตอบุญยสิทธิ์ รอดชะพรหม ผกก1 บกปส1 พร้อมกำลังสยบไพรี และ กก1 บกปส1 ร่วมกันจับกุมตัวนายเดชอุดม หรือเดช แสงสายทับทิม อายุ 41 ปี อยู่ที่ 13 ตตลาดขวัญ อเมือง จนนทบุรี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 99/2561 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2561 ในข้อหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือไอซ์ หรือยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจับกุมได้ที่บริเวณถนนประชาราษฎร์ ตตลาดขวัญ อเมือง จนนทบุรี จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง โดยแจ้งว่าเป็นน้องชายของนางวิภากร หรือกานต์ ศุขพิมาย อดีตภรรยานายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ นักร้องนักดนตรีชื่อดัง ด้านพลตตสุรศักดิ์ ขุนณรงค์ ผบกปส1 บชปส เปิดเผยว่า การจับกุมนายเดชอุดม สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มีคที่ผ่านมา ตำรวจได้ทำการล่อซื้อยาเสพติดจากนายไพฑูรย์ กล่อมเกลี้ยง อายุ 35 ปี ที่ย่านซอยนวลจันทร์ และจับกุมนายไพฑูรย์ พร้อมของกลางไอซ์ 12 กรัม และยาบ้า 5 เม็ด จากการสอบปากคำ นายไพทูรย์ได้ให้การซัดทอดว่านายเดชอุดมเป็นคนขับรถพามาส่งยา แต่หลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงติดตามจับกุมนายเดชอุดมได้ในที่สุด ภายหลังการจับกุม นายเดชอุดม นางวิภากร หรือกานต์ ได้ออกมาโพสต์ทางสื่อออนไลน์ ระบุว่า จะดีจะชั่วก็น้อง ใครผิดก็ว่าตามผิด รับได้ทุกอย่าง หนักกว่านี้ก็เจอมาหมดแล้ว พร้อมเหน็บใครบางคนว่า ไอ้ที่ไม่เกี่ยวมาเย้ยหยัน อย่าลืมว่าน้องชายคนเล็กก็หนีตำรวจอยู่ เสพจนบ้า ไปซ่อนตัวที่ไหน จะให้แจ้งเบาะแสไหม วันเดียวกัน พลตทสมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สั่งการให้เจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการ ชัยยะสยบไพรี 61/7 บุกจับผู้ต้องหารับฟอกเงินให้เครือข่ายยาเสพติดกลุ่ม มันทุกเม็ด ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้เครือข่ายโซเชียลมีเดียในการติดต่อจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายผู้ค้ารายย่อย หลังพบมีการทำธุรกรรมการเงินสูงผิดปกติ จุดแรก เจ้าหน้าที่นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตบางเตย อสามพราน จนครปฐม พบภรรยานายรุ่งโรจน์ จิรัฐติกาลพันธุ์ ผู้ต้องหาที่รับฟอกเงินให้เครือข่าย มันทุกเม็ด ส่วนจุดที่สอง คือโรงงานบริษัท ปรุ่งโรจน์สยามยางยนต์ จำกัด ตสวนหลวง อกระทุ่มแบน จสมุทรสาคร จับกุมนายรุ่งโรจน์ พร้อมควบคุมตัวพนักงานบริษัทไว้สอบสวน เบื้องต้นนายรุ่งโรจน์ อ้างว่าบริษัทแห่งนี้สร้างเสร็จได้เพียง 6 เดือน ตนเองมีรายได้จากธุรกิจเพียง 2 หมื่นบาทต่อเดือน ส่วนที่ตำรวจพบมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้านบาท ขอไปชี้แจงรายละเอียดในชั้นศาล ต่อมา พลตทสมหมายพร้อมด้วย พลตตสุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบชทท ได้ตรวจเยี่ยมสรุปผลการเข้าตรวจค้นหาหลักฐานการฟอกเงินและจับกุมนายรุ่งโรจน์ พร้อมเปิดเผยว่า ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปฏิบัติการ ซึ่งทั้ง 2 เป้าหมายที่เข้าตรวจค้น มีความเชื่อมโยงกับการฟอกเงินให้เครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่ม มันทุกเม็ด โดยเงินจากการค้ายาเสพติด ถูกนำมาลงทุนซื้อสินค้ายางรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งรถมาจำหน่ายให้กับลูกค้าในราคาถูก จนพบมียอดเงินหมุนเวียนในบัญชีสูงผิดปกติ ส่วนที่ให้การปฏิเสธถือเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่ตำรวจมีหลักฐานสำคัญที่ทำให้เชื่อได้ว่ามีการฟอกเงินจริง สำหรับเครือข่ายกลุ่มมันทุกเม็ด เป็นกลุ่มที่รับยาเสพติดจากกลุ่มของนายวีระ หมื่นจะดา ลูกเขยของ พลอจะลอโบ ผู้นำกลุ่มว้า โดยผู้ต้องหากลุ่มนี้มีการจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายค้ายาเสพติดผ่านการใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ และอินสตาแกรม เพื่อชักจูงกลุ่มวัยรุ่น พบมีฐานเครือข่ายใน 30 จังหวัด มีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่เชื่อมโยงถึงกันมากกว่าหมื่นบัญชี ส่วนลักษณะที่พบมีการชักจูงใจ เช่น มีการแจกยาเสพติดฟรีให้กับผู้ที่เป็นสมาชิกใหม่ และให้รางวัลกับผู้ที่ขยายเครือข่ายยาเสพติดได้ ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 เริ่มตั้งแต่ 25 สคโดยมีเป้าหมายตรวจค้นรวม 141 จุดทั่วประเทศ มีการจับกุมผู้ต้องหาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 คน คาดว่าผลจากการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายนี้ สามารถยึดทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติดรวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท。

Taizong Huang Taiji 2021-06-25 05:04:34

หมอวรงค์ บุกศาลฎีกาฯ ยื่นคำร้อง เรืองกลาย บิดเบือนจำนำข้าวไม่ขาดทุน ส่อเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล ท้า ยิ่งลักษณ์ ถ้ามีข้อมูลใหม่ให้กลับมารื้อฟื้นสู้กันใหม่ ด้านผู้ว่าฯ สตงเคลียร์เหตุรายงานเงินแผ่นดินไม่บันทึกขาดทุนจำนำข้าว โดยแสดงรายการเป็นส่วนหนึ่งของรายจ่ายจากงบประมาณในปีที่ ธกสและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับการจัดสรรงบประมาณและเบิกจ่ายเงินจากคลัง เมื่อเวลา 1400 น วันที่ 27 สค ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถแจ้งวัฒนะ นพวรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต สสพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมายื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ ขอให้พิจารณากรณี นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กับเพจเฟซบุ๊ก ชินวัตร แฟนคลับ กรณีเปิดประเด็นโครงการรับจำนำข้าวไม่ขาดทุน ว่าเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ นพวรงค์กล่าวว่า เรื่องนี้ศาลฎีกาฯ ได้มีคำพิพากษาไว้ชัดเจนถึงตัวเลขขาดทุนในโครงการรับจำนำข้าวว่ามีจำนวนกว่า 536,000 ล้านบาท การที่นายเรืองไกรนำมาเปิดประเด็นนี้ ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนและเกิดข้อกังขาตามมา กับทราบว่าในเพจเฟซบุ๊ก ชินวัตร แฟนคลับ ได้นำคำพูดของนายเรืองไกรไปขยายผล ถ้าเรายังปล่อยเรื่องนี้ออกไปโดยไม่ดำเนินการใดๆ จะเกิดความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรม เพราะคำพิพากษาของศาลถือเป็นที่สิ้นสุดแล้ว เราจึงนำเรื่องของนายเรืองไกรและเพจ ชินวัตร แฟนคลับ มาร้องเพื่อให้ศาลได้ทราบและพิจารณาดำเนินการต่อไป อยากให้นายเรืองไกรทราบด้วยว่า ในช่วงที่พวกเรามาเป็นพยานศาล ศาลฎีกาฯ ได้ออกข้อกำหนดคดีจำนำข้าวไม่ให้คู่ความหรือคู่กรณีออกมาให้สัมภาษณ์บิดเบือนข้อเท็จจริง จึงเชื่อว่าเมื่อเรามายื่น ศาลคงพิจารณาดำเนินการต่อไป เมื่อถามถึงกรณีที่นายเรืองไกรได้ยื่นร้องสำนักนายกฯ เรื่องข้าวที่หายไป 1 ล้านตัน และไม่มีเจตนาก้าวล่วงคำพิพากษา นพวรงค์กล่าวว่า เรื่องข้าวหายไม่หายในช่วงหลังนั้นไม่เกี่ยวกับคดีโครงการรับจำนำข้าวของ นสยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ประเด็นที่นายเรืองไกรเปิดมาทำให้สังคมมีข้อกังขา เพราะกรณีของ นสยิ่งลักษณ์ เมื่อศาลตัดสินแล้วก็เปิดโอกาสให้ยื่นอุทธรณ์ แต่ตัว นสยิ่งลักษณ์ถ้าคิดว่าไม่ผิดทำไมจึงหลบหนี ผมขอท้าไปที่นายเรืองไกรและ นสยิ่งลักษณ์ว่าเรามี พรบรื้อฟื้นคดีอาญาฯ ถ้าหากนายเรืองไกรเข้าใจว่ามีข้อมูลใหม่ ไม่มีการขาดทุน ก็ให้มารื้อฟื้นคดีสู้กันใหม่ ถามว่าการกระทำของนายเรืองไกรเป็นความผิดกฎหมายฐานใด นพวรงค์ตอบว่า เรามองว่าอะไรที่ศาลตัดสินแล้ว หากไม่จบจะเป็นผลเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรม ตนมาทำตรงนี้เพื่อปกป้องกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของระบอบประชาธิปไตย ส่วนศาลจะพิจารณาอย่างไรต่อไปนั้นเป็นดุลพินิจของศาล จากนั้น นพวรงค์กล่าวภายหลังยื่นคำร้องว่า ได้ยื่นคำร้องต่อเลขาฯ ศาลฎีกาฯ เรียบร้อยแล้ว ซึ่งขั้นตอนต่อไปก็จะมีการส่งคำร้องให้องค์คณะพิจารณาว่าจะดำเนินการออกหมายเรียกมาไต่สวนหรือไม่ ขณะที่นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน แถลงว่า เนื่องจากกรณีนี้ค่อนข้างจะเป็นเรื่องทางเทคนิค การที่ปรากฏข่าวในลักษณะดังกล่าวอาจทำให้บุคคลทั่วไปมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ ดังนั้น สตงในฐานะที่เป็นองค์กรตรวจสอบจึงขอชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เขากล่าวว่าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกในรายงานการเงินแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีได้มีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2555 อนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอให้กระทรวงพาณิชย์แต่งตั้งคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือก เพื่อดำเนินการปิดบัญชีโครงการดังกล่าว หลังจากครบกำหนดไถ่ถอนและ/หรือสิ้นสุดระยะเวลาโครงการ และให้มีการปิดบัญชีเป็นปีๆ ไป โดยให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชี ต่อมาในวันที่ 10 มิถุนายน 2556 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้การดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกได้ใช้เงินทุนหมุนเวียนจาก ๒ แหล่ง ได้แก่ เงินทุนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส) และเงินกู้จากสถาบันการเงินที่กระทรวงการคลังจัดหาและค้ำประกัน โดยให้มีการนำเงินที่ได้จากการระบายผลผลิตทางการเกษตรชำระคืนเงินทุน ธกสให้เสร็จสิ้นก่อน แล้วจึงชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงิน กรณีมีความจำเป็นให้ ธกสสำรองจ่ายไปก่อนระหว่างรอเงินจากการระบายผลผลิตหรือเงินจากแหล่งอื่นๆ โดยให้กระทรวงพาณิชย์ตกลงกับ ธกสเป็นคราวๆ ไป โดย ธกสจะได้รับอัตราชดเชยต้นทุนเงินและค่าบริหารโครงการ ทั้งนี้ ให้กระทรวงการคลังรับภาระชำระคืนต้นเงิน ดอกเบี้ยจากการกู้ยืมเงิน ค่าใช้จ่ายต่างๆ และผลขาดทุนที่เกิดขึ้นทั้งหมดของการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ทั้งในส่วนที่กระทรวงการคลังจัดหาให้และส่วนที่ใช้เงินทุนของ ธกส และให้ ธกสแยกการดำเนินงานโครงการออกจากการดำเนินงานปกติเป็นบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ และบันทึกเป็นภาระผูกพันนอกงบประมาณ เพื่อทราบผลกระทบจากการดำเนินโครงการและขอชดเชยความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น โครงการรับจำนำข้าวเปลือก เป็นโครงการที่ใช้เงินทุนของ ธกสและเงินกู้จากสถาบันการเงินที่กระทรวงการคลังจัดหาและค้ำประกัน โดยกระทรวงการคลังรับภาระในการนำเงินงบประมาณชดใช้คืนต้นเงิน ดอกเบี้ยจากการกู้ยืมเงิน ค่าใช้จ่ายต่างๆ และผลขาดทุนที่เกิดขึ้นทั้งหมดของการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกเป็นรายปี โดย ธกสจัดทำเป็นบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ และบันทึกเป็นภาระผูกพันนอกงบประมาณ สำหรับข้อมูลโครงการรับจำนำข้าวเปลือกถือเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ในการดำเนินการปิดบัญชีโครงการดังกล่าว หลังจากครบกำหนดไถ่ถอนและ/หรือสิ้นสุดระยะเวลาโครงการ และให้มีการปิดบัญชีเป็นปีๆ ไป ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินกล่าวสรุปในตอนท้ายว่า สำหรับในกรณีของโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนั้น รายงานการเงินแผ่นดินได้บันทึกรับรู้รายการเฉพาะการจ่ายเงินงบประมาณชดใช้คืนเงินทุนและเงินกู้ให้ ธกส และชดใช้ค่าบริหารจัดการอื่นๆ ให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยแสดงรายการเป็นส่วนหนึ่งของรายจ่ายจากงบประมาณในปีที่ ธกสและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับการจัดสรรงบประมาณและเบิกจ่ายเงินจากคลังแล้ว สำหรับเงินกู้จากสถาบันการเงินที่กระทรวงการคลังจัดหาและค้ำประกัน กระทรวงการคลังได้เปิดเผยข้อมูลในหมายเหตุประกอบรายงานการเงินแผ่นดิน หัวข้อหนี้สาธารณะ โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของหนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่ง กพ) ทำเนียบรัฐบาล นายเรืองไกรเข้ายื่นหนังสือถึง พลอประยุทธ์ ขอให้ตรวจสอบข้าวในสต๊อกรัฐบาลที่หายไป 1 ล้านตัน โดยนายเรืองไกรกล่าวว่า เมื่อ คสชเข้ามาได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำบัญชีข้าวคงเหลือของรัฐตามคำสั่ง คสชที่ 176/2557 และตามรายงานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข) ที่ 2/2557 ระบุมีข้าวคงเหลือ 187 ล้านตัน แต่หลังจากนั้นกรมการค้าต่างประเทศได้แถลงผลการระบายข้าวว่ามีข้าวหายไป 1 ล้านตัน จึงอยากทราบว่าใครเป็นผู้ทำบัญชีข้าว เพราะอธิบดีกรมบัญชีกลางเคยชี้แจงว่าไม่มีการทำบัญชีรายโครงการ นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า กรณีที่จะมีการระบายข้าวของรัฐบาลวันที่ 29-30 สคนี้ มีข้าวที่มาจากปี 51-52 อยู่ด้วย เหตุใดข้าวเหล่านี้จึงเก็บได้นาน แต่ข้าวในสมัยรัฐบาล นสยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีถึงเน่าเสีย ส่วนที่ นพวรงค์ระบุว่า ตนตั้งคำถามในคดีข้าวทั้งที่มีคำพิพากษาออกมาแล้วนั้น ตนเพียงนำข้อมูลที่อยู่ในคำพิพากษามาตรวจสอบกับบัญชีของรัฐบาล แต่กลับไม่มี จึงต้องตั้งคำถามมายังรัฐบาลเท่านั้น ไม่มีเจตนาก้าวล่วงคำพิพากษา, จับน้องชาย กานต์ เมียเก่าเสก โลโซ ค้ายาเสพติด ด้านปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 รวบเจ้าของร้านยางรถยนต์เครือข่าย มันทุกเม็ด ทำหน้าที่ฟอกเงิน พบเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้าน เมื่อกลางดึกย่างเข้าวันที่ 27 สิงหาคมนี้ พตอธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบกอกบชปส พตอบุญยสิทธิ์ รอดชะพรหม ผกก1 บกปส1 พร้อมกำลังสยบไพรี และ กก1 บกปส1 ร่วมกันจับกุมตัวนายเดชอุดม หรือเดช แสงสายทับทิม อายุ 41 ปี อยู่ที่ 13 ตตลาดขวัญ อเมือง จนนทบุรี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 99/2561 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2561 ในข้อหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือไอซ์ หรือยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจับกุมได้ที่บริเวณถนนประชาราษฎร์ ตตลาดขวัญ อเมือง จนนทบุรี จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง โดยแจ้งว่าเป็นน้องชายของนางวิภากร หรือกานต์ ศุขพิมาย อดีตภรรยานายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ นักร้องนักดนตรีชื่อดัง ด้านพลตตสุรศักดิ์ ขุนณรงค์ ผบกปส1 บชปส เปิดเผยว่า การจับกุมนายเดชอุดม สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มีคที่ผ่านมา ตำรวจได้ทำการล่อซื้อยาเสพติดจากนายไพฑูรย์ กล่อมเกลี้ยง อายุ 35 ปี ที่ย่านซอยนวลจันทร์ และจับกุมนายไพฑูรย์ พร้อมของกลางไอซ์ 12 กรัม และยาบ้า 5 เม็ด จากการสอบปากคำ นายไพทูรย์ได้ให้การซัดทอดว่านายเดชอุดมเป็นคนขับรถพามาส่งยา แต่หลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงติดตามจับกุมนายเดชอุดมได้ในที่สุด ภายหลังการจับกุม นายเดชอุดม นางวิภากร หรือกานต์ ได้ออกมาโพสต์ทางสื่อออนไลน์ ระบุว่า จะดีจะชั่วก็น้อง ใครผิดก็ว่าตามผิด รับได้ทุกอย่าง หนักกว่านี้ก็เจอมาหมดแล้ว พร้อมเหน็บใครบางคนว่า ไอ้ที่ไม่เกี่ยวมาเย้ยหยัน อย่าลืมว่าน้องชายคนเล็กก็หนีตำรวจอยู่ เสพจนบ้า ไปซ่อนตัวที่ไหน จะให้แจ้งเบาะแสไหม วันเดียวกัน พลตทสมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สั่งการให้เจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการ ชัยยะสยบไพรี 61/7 บุกจับผู้ต้องหารับฟอกเงินให้เครือข่ายยาเสพติดกลุ่ม มันทุกเม็ด ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้เครือข่ายโซเชียลมีเดียในการติดต่อจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายผู้ค้ารายย่อย หลังพบมีการทำธุรกรรมการเงินสูงผิดปกติ จุดแรก เจ้าหน้าที่นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตบางเตย อสามพราน จนครปฐม พบภรรยานายรุ่งโรจน์ จิรัฐติกาลพันธุ์ ผู้ต้องหาที่รับฟอกเงินให้เครือข่าย มันทุกเม็ด ส่วนจุดที่สอง คือโรงงานบริษัท ปรุ่งโรจน์สยามยางยนต์ จำกัด ตสวนหลวง อกระทุ่มแบน จสมุทรสาคร จับกุมนายรุ่งโรจน์ พร้อมควบคุมตัวพนักงานบริษัทไว้สอบสวน เบื้องต้นนายรุ่งโรจน์ อ้างว่าบริษัทแห่งนี้สร้างเสร็จได้เพียง 6 เดือน ตนเองมีรายได้จากธุรกิจเพียง 2 หมื่นบาทต่อเดือน ส่วนที่ตำรวจพบมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้านบาท ขอไปชี้แจงรายละเอียดในชั้นศาล ต่อมา พลตทสมหมายพร้อมด้วย พลตตสุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบชทท ได้ตรวจเยี่ยมสรุปผลการเข้าตรวจค้นหาหลักฐานการฟอกเงินและจับกุมนายรุ่งโรจน์ พร้อมเปิดเผยว่า ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปฏิบัติการ ซึ่งทั้ง 2 เป้าหมายที่เข้าตรวจค้น มีความเชื่อมโยงกับการฟอกเงินให้เครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่ม มันทุกเม็ด โดยเงินจากการค้ายาเสพติด ถูกนำมาลงทุนซื้อสินค้ายางรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งรถมาจำหน่ายให้กับลูกค้าในราคาถูก จนพบมียอดเงินหมุนเวียนในบัญชีสูงผิดปกติ ส่วนที่ให้การปฏิเสธถือเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่ตำรวจมีหลักฐานสำคัญที่ทำให้เชื่อได้ว่ามีการฟอกเงินจริง สำหรับเครือข่ายกลุ่มมันทุกเม็ด เป็นกลุ่มที่รับยาเสพติดจากกลุ่มของนายวีระ หมื่นจะดา ลูกเขยของ พลอจะลอโบ ผู้นำกลุ่มว้า โดยผู้ต้องหากลุ่มนี้มีการจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายค้ายาเสพติดผ่านการใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ และอินสตาแกรม เพื่อชักจูงกลุ่มวัยรุ่น พบมีฐานเครือข่ายใน 30 จังหวัด มีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่เชื่อมโยงถึงกันมากกว่าหมื่นบัญชี ส่วนลักษณะที่พบมีการชักจูงใจ เช่น มีการแจกยาเสพติดฟรีให้กับผู้ที่เป็นสมาชิกใหม่ และให้รางวัลกับผู้ที่ขยายเครือข่ายยาเสพติดได้ ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 เริ่มตั้งแต่ 25 สคโดยมีเป้าหมายตรวจค้นรวม 141 จุดทั่วประเทศ มีการจับกุมผู้ต้องหาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 คน คาดว่าผลจากการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายนี้ สามารถยึดทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติดรวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท。 จับน้องชาย กานต์ เมียเก่าเสก โลโซ ค้ายาเสพติด ด้านปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 รวบเจ้าของร้านยางรถยนต์เครือข่าย มันทุกเม็ด ทำหน้าที่ฟอกเงิน พบเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้าน เมื่อกลางดึกย่างเข้าวันที่ 27 สิงหาคมนี้ พตอธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบกอกบชปส พตอบุญยสิทธิ์ รอดชะพรหม ผกก1 บกปส1 พร้อมกำลังสยบไพรี และ กก1 บกปส1 ร่วมกันจับกุมตัวนายเดชอุดม หรือเดช แสงสายทับทิม อายุ 41 ปี อยู่ที่ 13 ตตลาดขวัญ อเมือง จนนทบุรี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 99/2561 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2561 ในข้อหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือไอซ์ หรือยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจับกุมได้ที่บริเวณถนนประชาราษฎร์ ตตลาดขวัญ อเมือง จนนทบุรี จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง โดยแจ้งว่าเป็นน้องชายของนางวิภากร หรือกานต์ ศุขพิมาย อดีตภรรยานายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ นักร้องนักดนตรีชื่อดัง ด้านพลตตสุรศักดิ์ ขุนณรงค์ ผบกปส1 บชปส เปิดเผยว่า การจับกุมนายเดชอุดม สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มีคที่ผ่านมา ตำรวจได้ทำการล่อซื้อยาเสพติดจากนายไพฑูรย์ กล่อมเกลี้ยง อายุ 35 ปี ที่ย่านซอยนวลจันทร์ และจับกุมนายไพฑูรย์ พร้อมของกลางไอซ์ 12 กรัม และยาบ้า 5 เม็ด จากการสอบปากคำ นายไพทูรย์ได้ให้การซัดทอดว่านายเดชอุดมเป็นคนขับรถพามาส่งยา แต่หลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงติดตามจับกุมนายเดชอุดมได้ในที่สุด ภายหลังการจับกุม นายเดชอุดม นางวิภากร หรือกานต์ ได้ออกมาโพสต์ทางสื่อออนไลน์ ระบุว่า จะดีจะชั่วก็น้อง ใครผิดก็ว่าตามผิด รับได้ทุกอย่าง หนักกว่านี้ก็เจอมาหมดแล้ว พร้อมเหน็บใครบางคนว่า ไอ้ที่ไม่เกี่ยวมาเย้ยหยัน อย่าลืมว่าน้องชายคนเล็กก็หนีตำรวจอยู่ เสพจนบ้า ไปซ่อนตัวที่ไหน จะให้แจ้งเบาะแสไหม วันเดียวกัน พลตทสมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สั่งการให้เจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการ ชัยยะสยบไพรี 61/7 บุกจับผู้ต้องหารับฟอกเงินให้เครือข่ายยาเสพติดกลุ่ม มันทุกเม็ด ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้เครือข่ายโซเชียลมีเดียในการติดต่อจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายผู้ค้ารายย่อย หลังพบมีการทำธุรกรรมการเงินสูงผิดปกติ จุดแรก เจ้าหน้าที่นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตบางเตย อสามพราน จนครปฐม พบภรรยานายรุ่งโรจน์ จิรัฐติกาลพันธุ์ ผู้ต้องหาที่รับฟอกเงินให้เครือข่าย มันทุกเม็ด ส่วนจุดที่สอง คือโรงงานบริษัท ปรุ่งโรจน์สยามยางยนต์ จำกัด ตสวนหลวง อกระทุ่มแบน จสมุทรสาคร จับกุมนายรุ่งโรจน์ พร้อมควบคุมตัวพนักงานบริษัทไว้สอบสวน เบื้องต้นนายรุ่งโรจน์ อ้างว่าบริษัทแห่งนี้สร้างเสร็จได้เพียง 6 เดือน ตนเองมีรายได้จากธุรกิจเพียง 2 หมื่นบาทต่อเดือน ส่วนที่ตำรวจพบมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้านบาท ขอไปชี้แจงรายละเอียดในชั้นศาล ต่อมา พลตทสมหมายพร้อมด้วย พลตตสุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบชทท ได้ตรวจเยี่ยมสรุปผลการเข้าตรวจค้นหาหลักฐานการฟอกเงินและจับกุมนายรุ่งโรจน์ พร้อมเปิดเผยว่า ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปฏิบัติการ ซึ่งทั้ง 2 เป้าหมายที่เข้าตรวจค้น มีความเชื่อมโยงกับการฟอกเงินให้เครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่ม มันทุกเม็ด โดยเงินจากการค้ายาเสพติด ถูกนำมาลงทุนซื้อสินค้ายางรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งรถมาจำหน่ายให้กับลูกค้าในราคาถูก จนพบมียอดเงินหมุนเวียนในบัญชีสูงผิดปกติ ส่วนที่ให้การปฏิเสธถือเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่ตำรวจมีหลักฐานสำคัญที่ทำให้เชื่อได้ว่ามีการฟอกเงินจริง สำหรับเครือข่ายกลุ่มมันทุกเม็ด เป็นกลุ่มที่รับยาเสพติดจากกลุ่มของนายวีระ หมื่นจะดา ลูกเขยของ พลอจะลอโบ ผู้นำกลุ่มว้า โดยผู้ต้องหากลุ่มนี้มีการจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายค้ายาเสพติดผ่านการใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ และอินสตาแกรม เพื่อชักจูงกลุ่มวัยรุ่น พบมีฐานเครือข่ายใน 30 จังหวัด มีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่เชื่อมโยงถึงกันมากกว่าหมื่นบัญชี ส่วนลักษณะที่พบมีการชักจูงใจ เช่น มีการแจกยาเสพติดฟรีให้กับผู้ที่เป็นสมาชิกใหม่ และให้รางวัลกับผู้ที่ขยายเครือข่ายยาเสพติดได้ ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 เริ่มตั้งแต่ 25 สคโดยมีเป้าหมายตรวจค้นรวม 141 จุดทั่วประเทศ มีการจับกุมผู้ต้องหาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 คน คาดว่าผลจากการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายนี้ สามารถยึดทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติดรวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

ผล บอล สด ไทย ยู 23รับเงินบาท| ฟุตบอล 3 ประตู2021 เล่นฟรี| บอลสด บาซ่าเติมเงินไทยฟรี| ณัฐพล ฟุตบอลเงินฟรี| ผล บอล สด สปอร์ต พูล| เล่น บอล ยัง ไงการพนัน| วิเคราะห์ บอล ถ้วย2021 เล่นฟรี| บอลออนไลน์เจลีกเติมเงินไทยฟรี| ฟุตบอล ถ้วย ครับเงินบาท| การ เล่น slotรับเงินบาท| พลูตาหลวงวิทยา FCประเทศไทย| ดู บอล สด true บุรีรัมย์2021 เล่นฟรี| ผล บอล สด วัน ที่ 30เงินฟรี| ถามเรื่องคาสิโนมาเก๊ารับเงินบาท| วิเคราะห์บอล อัลเมเร่ ซิตี้การเดิมพัน| ถ่ายทอด สด ฟุตบอล ไทย มาเลเซีย ช่อง ไหนการพนัน| ผล บอล สด ไทย ดิวิชั่น 2| ปอยเปต star vegas casinoการเดิมพัน| พร บ การ พนัน ฟุตบอลเงินฟรี| ดูบอลสดทรูสปอร์ต 62021 เล่นฟรี| บอล ออนไลน์ ทรู4เติมเงินไทยฟรี| บอล สด ฝรั่งเศส อิตาลีการเดิมพัน| โต๊ะพนันบอล ออนไลน์| ดาว ซัลโว พรีเมียร์ ลีก สูงสุดทดลองใช้ฟรี| ส.ฟุตบอลฯ| ผล บอล สด 7m มา เก๊า| เว็บแทงบอลออนไลน์รับเงินบาท| ดูบอลออนไลน์ คม ชัดเงินฟรี| เล่น คา สิ โน ออนไลน์ ที่ไหน ดีเติมเงินไทยฟรี| วิเคราะห์-บอล วัน-นี้ คืน-นี้ ทีเด็ด 100เงินฟรี| ราคาบอลวันนี้step7mทดลองใช้ฟรี| ทีเด็ด 4 คู่-วัน-นี้รับเงินบาท| ลิ้ ง ค์ ดู บอล สด sopcast| ดู บอล สด bein sport 6| วิธีเล่นคาสิโนประเทศไทย| วิเคราะห์ บอล พ รีวิวเงินฟรี| ฟุตบอล ฮังการีการเดิมพัน| ผล บอล สด ไทย ดิวิชั่น 2รับเงินบาท| เทศบาลตำบลเกาะขวางการพนัน| ฟุตบอลเอเชียนคัพ 2021 ถ่ายทอดสดการพนัน| เล่นบอล ต่ํา สูงเงินฟรี| วินเซอร์ คาสิโน ปอยเปตลงทะเบียนฟรี| ถ่ายทอดสดฟุตบอล ลิเวอร์พูล สเปอร์รับเงินบาท| ผลบอลสดทุกลีก เมื่อคืนเงินฟรี| ณัฐพล ฟุตบอลเงินฟรี| เทคนิค การ เล่น สล็อต ให้ ได้ โบนัส2021 เล่นฟรี| บอล ญี่ปุ่น สดการพนัน| ผลบอลสด กัวเตมาลาลุ้นบาท| ชื่อทีมฟุตบอลทั้งหมด2021 เล่นฟรี| บอล วัน นี้ ทการเดิมพัน| เว็บไซต์การพนัน LOLการพนัน| เลสเตอร์แชมป์พรีเมียร์ลีกรับเงินบาท| วิเคราะห์ บอล จาก ราคา พูลลงทะเบียนฟรี| ดูบอลสด 89ลุ้นบาท| บอลสดวันนี้ ตารางทดลองใช้ฟรี| ดูบอลสด รีลมาดริด2021 เล่นฟรี| พนันฟุตบอลออนไลน์ pantip2021โปรโมชั่น| fishot ยิงปลาโชคดีการเดิมพัน| ถ่ายทอด สด บอล ยู ฟ่า คืน นี้ทดลองใช้ฟรี| ถ่ายทอด สด ฟุตบอล คิง ส์ คั พ ช่องไหนลุ้นบาท| วิเคราะห์ บอล ไทย พบ มาเลเซีย2021โปรโมชั่น| ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษรับเงินบาท| เล่นพนันบอลยังไง2021โปรโมชั่น| วิธี เล่น สล็อต ผล ไม้ ให้ ได้ เงิน2021 เล่นฟรี| ผล บอล บอล สด ภาษา ไทยลุ้นบาท| ผลบอลสด วิเคราะห์บอลวันนี้ทดลองใช้ฟรี| วิธี ผูกดวง การ พนันลงทะเบียนฟรี| วิเคราะห์บอล ฝรั่งเศส ลีก 1การพนัน| เกมยิงปลาแจกเครดิตฟรีลุ้นบาท| วิธี เล่น บอล ชุด fun88ลุ้นบาท| บอลสด นิวซีแลนด์2021 เล่นฟรี| สูตร แทง บอล ทบรับเงินบาท| ผล บอล สด ทุก ลีก ภาษา ไทยเงินฟรี| ศัพท์พนันบอลลุ้นบาท| สุดยอดสูตรบาคาร่า2021 เล่นฟรี| เว็บแทงบอลออนไลน์ ที่ดีที่สุดในไทยรับเงินบาท| slot online thailandลงทะเบียนฟรี| ฟุตบอล อิตาลีเติมเงินไทยฟรี| แทงบอล ส คืออะไรรับเงินบาท| โรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัยการพนัน| สล็อต ฟรี วัน เกิดลุ้นบาท| ถ่ายทอดสดฟุตบอล วันนี้ แมนยู2021โปรโมชั่น| โปรแกรม วิเคราะห์ บอล ฟรีเงินฟรี| วิเคราะห์ บอล ถ้วย2021 เล่นฟรี| ฟุตบอลทีมชาติไทย ง2021โปรโมชั่น| บอลสด 24 กุมภาพันธ์ลงทะเบียนฟรี| วิเคราะห์ผลบอลสดการพนัน| หน้าเว็บw88ลงทะเบียนฟรี| ตาราง คะแนน บอล ลีก เอิ ง ฝรั่งเศสเติมเงินไทยฟรี| เล่นบอล กินค่าน้ําลุ้นบาท| วิเคราะห์บอล สเปอเติมเงินไทยฟรี| การพนันฟุตบอลฮ่องกงทดลองใช้ฟรี| ฟุตบอล คะแนนประเทศไทย| โปรแกรม พรีเมียร์ ลีก คืน นี้ ช่อง 32021โปรโมชั่น|